
คนไทยเป็นพาหะธาลัสซีเมียกว่า24ล.สธ.แนะคู่สมรสตรวจเลือดก่อนมีบุตร
คนไทยเป็นพาหะธาลัสซีเมียกว่า24 ล้านคนเด็กเกิดใหม่ป่วยปีละ 1.2 หมื่นราย เสียค่ารักษาคนละ 6 ล้านบาทแนะคู่สมรสตรวจคัดกรองเลือดก่อนมีบุตร-ฝากครรภ์เร็ว
เมื่อวันที่20 เมษายน2552 นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว การจัดประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติครั้งที่ 15 ประจำปี2552 : Good will Hope-Best Practice : ตั้งใจงามความหวังดี วิธีเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่22-24 เมษายนนี้ที่ จ.อุดรธานีว่า ไทยมีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียทั่วประเทศ 6.3 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 1 และมีผู้ที่เป็นพาหะ18-24 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 30-40 โดยปีที่ผ่านมามีรายงานเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย5,000 รายและยังมีเด็กที่ป่วยเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง แพทย์ต้องทำแท้งให้อีก 300 รายทั้งนี้ จากการคาดการณ์เฉลี่ยแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย 1.2 หมื่นคน ต้องเสียค่ารักษารายละ 6 ล้านบาทตลอดอายุขัย30 ปี
รมช.สาธารณสุขกล่าวอีกว่าธาลัสซีเมียเป็นโรคเลือดจางที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่พบบ่อยในไทยมี 3 ชนิดคือ โรคฮีโมโกลบินบาร์ท ไฮดรอพส์ฟิทัลลิส มีความรุนแรงที่สุด ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในครรภ์ หรือหลังคลอดภายใน 24 ชั่วโมงรองลงมาคือ โรคโฮโมซัยกัสเบต้าธาลัสซีเมีย ต้องรักษาด้วยการให้เลือด และยาขับเหล็ก และโรคเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี
รศ.นพ.ธันยชัยสุระ ผู้แทนมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคธาลัสซีเมียพบได้ทั่วไทย แต่พบมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ป่วยร้อยละ 40 แต่มีผู้ป่วยแฝงหรือพาหะร้อยละ80 ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคดังนั้น การป้องกัน คือ คู่สมรสต้องตรวจคัดกรองเลือด หากพบว่าป่วยเป็นธาลัสซีเมียทั้งคู่ก็ไม่ควรมีบุตร
"หญิงตั้งครรภ์มักจะฝากครรภ์กับแพทย์ เมื่ออายุครรภ์มากแล้วคือเกิน 5 เดือนขึ้นไปเมื่อตรวจพบว่าแม่หรือพ่อป่วยเป็นธาลัสซีเมียก็สายเกินไป แต่หากฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ จะตรวจคัดกรองได้เร็ว แพทย์จะช่วยเหลือ โดยแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ทันที รศ.นพ.ธันยชัยกล่าว
รศ.นพ.ธันยชัยกล่าวว่าผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่ต้องรักษาโดยให้เลือดเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดภาวะเหล็กเกินเหล็กไปตกค้างสะสมตามอวัยวะต่างๆ ทำให้อวัยวะทำงานผิดปกติ แพทย์ต้องให้ยาขับเหล็ก ซึ่งปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ประสบความสำเร็จผลิตยาขับเหล็กชนิดรับประทาน(GPO-L1) สำเร็จ
"ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง 300 คนผลทดลอง 7 เดือนแรกพบว่า ลดธาตุเหล็กได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เม็ดเลือดขาวลดลงตามไปด้วยและภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง อย่างไรก็ตาม โครงการทดลองนาน 1 ปีหากจบโครงการจะสรุปผลอีกครั้ง" รศ.นพ.ธันยชัยกล่าว



