ไลฟ์สไตล์

ล่องใต้เลียบชายแดน"ไทย-มาเลย์"เยี่ยมศูนย์ฯพอเพียงกองร้อยอส.สตูล

ล่องใต้เลียบชายแดน"ไทย-มาเลย์"เยี่ยมศูนย์ฯพอเพียงกองร้อยอส.สตูล

05 มิ.ย. 2554

ภารกิจของอาสาสมัครรักษาดินแดนหรือเรียกสั้นๆ ว่าอส.นั้น ไม่เพียงมีหน้าที่ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497 ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนส่งเสริมด้านอาชีพให้แก่ อส.ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อส.ประจำก

 "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ล่องใต้ไปกับกรมการปกครอง นำโดยอธิบดี "มงคล สุระสัจจะ" พร้อมคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิตดูภารกิจสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประเภทสำรองส่งเสริมการท่องเที่ยว ในท้องที่ จ.สตูล ที่กรมการปกครองใช้เป็นจังหวัดนำร่องสำหรับสมาชิก อส.สำรองส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันมีสมาชิก อส.จำนวนทั้งสิ้น 212 คน

 หลังได้รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมของจังหวัดจากผู้ว่าฯ สตูล "วินัย ครุวรรณพัฒน์" และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นก็มาดูภารกิจการฝึกอบรมสมาชิก อส.สำรอง บริเวณสนามหญ้าหน้ากองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สตูล ที่ 1 ซึ่งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไม่มากนัก โดยการฝึกอบรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 5 วันก่อนออกไปปฏิบัติภารกิจจริงๆ

 แต่ในระหว่างการฝึกนั้น สมาชิก อส.ทุกนายจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีงานเกษตรที่หลากหลายภายในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษ ใกล้กับที่ทำการกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สตูล ที่ 1 โดยมี "บุญภพ มะเดื่อ" ผู้บังคับการกองร้อยรับผิดชอบดูแลศูนย์เรียนรู้แห่งนี้

 "ที่จริงเป็นข้อปฏิบัติให้ อส.ทุกประเภท ทุกนาย ได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้ไปยึดเป็นอาชีพ มีรายได้เสริม อย่างน้อยก็จะช่วยลดรายจ่ายในครอบครัวลงได้  เพียงแต่บางกองร้อยอาจจะไม่มี ขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละหน่วย แต่เราก็จะพยายามสร้างศูนย์แบบนี้ให้ครบทุกหน่วย อย่างสตูลถือเป็นจังหวัดนำร่องที่มีความพร้อมที่สุด" มงคลกล่าวระหว่างนำคณะตรวจเยี่ยมศูนย์

  นอกจากนั้นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่สำหรับภาคปฏิบัติจริงให้แก่เยาวชนที่ติดยาเสพติด โดยศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จ.สตูล โดยการสนับสนุนจากสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสตูล เพื่อให้พวกเขาได้มีความรู้ด้านอาชีพติดตัว หลังเสร็จสิ้นการฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งที่ผ่านมามีเยาวชนจำนวนไม่น้อยสามารถกลับตัวเป็นคนดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก หลังสร้างอาชีพ มีรายได้ โดยนำองค์ความรู้จากศูนย์แห่งนี้ไปปฏิบัติจนบังเกิดผล

 บุญภพ มะเดื่อ ผู้บังคับการกองร้อยย้อนอดีตให้ฟังว่า ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของกองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.สตูล ที่ 1 นี้ ได้เริ่มสร้างเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว จากเดิมมีเนื้อที่ 14 ไร่เศษ จากนั้นก็ค่อยถูกจัดแบ่งไปใช้ในภารกิจอื่น จนปัจจุบันเหลือพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7 ไร่ โดยภายในศูนย์จะแบ่งออกเป็นโซน ๆ แต่ละโซนจะมีผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจน โดยหัวหน้าจะเป็น อส.ประจำกอง มีเยาวชนที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูติดยาเสพติดเป็นผู้ช่วย ซึ่งก็จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้งานเกษตรอย่างครบวงจร
 
  "เรามีบ่อน้ำธรรมชาติ 2 บ่อ สำหรับเลี้ยงปลากินพืช เช่นปลาดูก ปลานิล แล้วก็ใช้น้ำรดพืชผักและใช้ประโยชน์ต่างๆ ในศูนย์ 2 บ่อนี้จะมีน้ำตลอดทั้งปี ช่วงหน้าแล้งก็ไม่แห้ง เพราะอยู่ติดคลองชลประทาน เวลาชลประทานปล่อยน้ำมาเราก็เก็บกักเอาไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง" ผบ.กองร้อยเผย พร้อมชี้ไปยังบ่อน้ำธรรมชาติทั้ง 2 บ่อ

 จากนั้นก็พาเดิมชมแปลงผัก ซึ่งเต็มไปด้วยพืชผักที่มีความต้องการของตลาด อาทิ ผักบุ้ง คะน้า ผักชี ตะไคร้ มะกรูด ตลอดจนไม้ผลต่างๆ โซนถัดไปก็จะเป็นนาข้าว บนคันนาก็จะมีหุ่นไล่กาวางอยู่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำมาวางไว้เพื่อไล่นกที่จะมากินเมล็ดข้าวและนกกระยาง ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ที่มากินปลาตัวเล็กๆ ที่นำมาปล่อยเลี้ยงไว้ นอกจากนี้ยังมีเป็ด ไก่ที่เลี้ยงไว้เพื่อรับประทานในกองร้อย

  "อย่างเป็ด ไก่ ปลาดุกที่เลี้ยงไว้หรือพืชผักต่างๆ ที่ปลูก ส่วนใหญ่จะเก็บไว้รับประทานในกองร้อย เพราะงบประมาณได้มาไม่พอใช้ รายได้จากการขายผลผลิตนั้น จริงๆ แล้วมันไม่มากหรอก ส่วนหนึ่งก็เป็นอาหารเสริมให้น้องๆ ที่มาบำบัดฟื้นฟูติดยา หากเหลือก็ขายเป็นรายได้มาเป็นทุนหมุนเวียนต่อไป โดยมีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมารับซื้อถึงที่ เพียงแค่เราโทรศัพท์ไปบอกเขาว่าวันนี้มีผลผลิตที่พอขายได้เท่าไหร่ เขาก็จะมารับทันที"

 ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้นอกจากใช้เป็นแหล่งความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่สมาชิก อส.และเยาวชนที่บำบัดพื้นฟูติดยาแล้ว ยังใช้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของผู้สนใจทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าเป็นสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จะเดินทางมาศึกษาดูงานบ่อยมาก

 ผู้บังคับการกองร้อยยอมรับว่าเหตุผลที่ชาวบ้านมาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากเป็นความตั้งใจของกลุ่มหรือคณะที่สนใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มหรือคณะที่มาพักผ่อนท่องเที่ยวชมความสวยงามธรรมชาติทางทะเลของ จ.สตูล ก่อนกลับก็จะแวะดูงานที่ศูนย์แห่งนี้เกือบทุกคณะ เพราะเราจะมีเจ้าหน้าที่ อส.เป็นไกด์คอยบรรยายให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วย

 "ผลผลิตทุกอย่างของศูนย์ นอกจากจะขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดแล้ว ส่วนหนึ่งก็จะขายให้แก่ผู้ที่มาศึกษาดูงานนี่แหละ ที่คนเขาชอบพืชผักจากที่นี่ก็เพราะของเราเป็นพืชผักปลอดสารพิษ ไม่ใช้สารเคมีหรือปุ๋ยเคมีเลย จะใช้แต่เฉพาะปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักชีวภาพ ซึ่งเราทำเองใช้เอง ไม่พึ่งปุ๋ยพึ่งยาจากภายนอก ทำให้มีความปลอดภัยและยังลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย" บุญภพกล่าวทิ้งท้ายอย่างภูมิใจ
  
      สุรัตน์ อัตตะ