
มีสองขาเดินถึงไร่ถึงนาหลักสูตรท้องถิ่น"มอวาคี"
อากาศที่เชียงใหม่วันนี้สดใสและแช่มชื่นตลอดการเดินทางประมาณ3 ชั่วโมงจากตัวเมืองเชียงใหม่สู่หมู่บ้านมอวาคี ต.แม่วินจ.เชียงใหม่สมบุกสมบันพอสมควร ลมเย็นหอบกลิ่นป่ามาปะทะอยู่ตลอด ในฐานะมือใหม่หัดลุย จึงนั่งลุ้นไปตลอดทาง แต่ใจหนึ่งก็อดลุ้นไม่ได้ว่า มอวาคี ต้องม
หมู่บ้านมอวาคี ความหมายตามภาษาปกาเกอะญอแปลว่า บ้านห้วยหนองน้ำขาว หรือชื่อราชการคือ บ้านหนองมณฑา เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ตั้งอยู่ที่หมู่ 16 ต.แม่วินอ.แม่วางจ.เชียงใหม่ในหมู่บ้านมีโรงเรียนชุมชนมอวาคี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม2535 โดยชาวปกาเกอะญอมอวาคีและสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.หรือIMPECT) ได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ใช้ชื่อว่าศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาบ้านมอวาคี ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์การเรียนชุมชนแม่ฟ้าหลวงบ้านหนองมณฑา(มอวาคี) ปัจจุบันมีคณะครู 5 คนและปราชญ์ชาวบ้าน 4 คนและมีนักเรียนปกาเกอะญอประมาณ 70 คนเน้นปลูกฝังให้เยาวชนมีความรู้วิชาการ วิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม เห็นคุณค่าของภาษาและวัฒนธรรมปกาเกอะญอ
รู้เราและรู้เขา: ครูนารีรัตน์จ๊ะโค ครูใหญ่โรงเรียนชุมชนมอวาคีได้เล่าถึงความโดดเด่นของที่นี่ว่ามีการเรียนการสอนบูรณาการหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของกลุ่มชน รู้จักและรักษ์ป่า สอนให้สำนึกในวิถีของปกาเกอะญอ สอนภาษาปกาเกอะญอทั้งฟัง พูด อ่านและเขียน ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ภาษาของกลุ่มชน เชื่อมโยงกับภาษาไทย อังกฤษ โดยบูรณาการระหว่างหลักสูตรแกนกลางของ สพฐ.กับหลักสูตรท้องถิ่นและให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาสอนคติ ภูมิปัญญา องค์ความรู้ในการจัดการป่า รักษาป่า รักษาน้ำ การปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่ นอกจากนี้ เรายังปรับปรุงหลักสูตรอยู่ตลอด เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกพร้อมๆ กับปลูกฝังอัตลักษณ์ปกาเกอะญอไปพร้อมๆ กัน
ขุนเขาไร่ข้าว หมู่บ้าน เป็นห้องเรียน : กว่า19 ปีแล้วที่หมู่บ้านไร่ข้าว ลำธาร และผืนป่าแห่งมอวาคี ทำหน้าที่เป็นทั้งบ้านและห้องเรียนให้แก่นักเรียนปกาเกอะญอรุ่นเยาว์ เพื่อเรียนรู้วิถีและวัฒนธรรมของกลุ่มชน ห้องเรียน ที่ไม่ได้เรียนเพื่อแก่งแย่งแข่งขันเพื่อทำเกรดสูงๆห้องเรียนที่มิได้เรียนเพื่อเป้าหมายเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่เป็นห้องเรียนที่เรียนชื่อต้นไม้ รู้จักป่า รู้จักแมลง ลำธาร พันธุ์พืช เรียนรู้เกี่ยวกับท้องฟ้า ดูเมฆ ดูแสงแดด ดูลม เรียนรู้ความคิด วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และปลูกสำนึกความเป็นปกาเกอะญอ ผลที่ออกมาคือ นักเรียนสามารถนำความรู้แกนกลางและความรู้เชิงวัฒนธรรมที่เรียนจากโรงเรียนชุมชนมอวาคีไปเรียนต่อในโรงเรียนประจำอำเภอได้เป็นอย่างดี
มีสองขาเดินถึงไร่ถึงนา : พ่อหลวงจอนิโอโดเชา ที่ปรึกษาโรงเรียนแสดงทัศนะต่อการสอนแบบนี้ว่า ข่อเต่อปาแลต่าเต่อตือข่อคีปาตือชรี่ตือคื๊อ แปลว่ามีขาเดียวไม่สามารถเดินไปไหนได้ต้องมีสองขา เดินซ้ายและเดินขวา เดินถึงไร่ถึงนา เดินทั้งสองขาในที่นี้คือเราต้องรอบรู้วัฒนธรรมของตนเองควบคู่กับวัฒนธรรมอื่น เหมือนการเดินก็ต้องมีทั้งขาซ้ายและขาขวา จึงจะก้าวไปได้ด้วยดี ส่วน กิ๊ ศิษย์เก่า บอกว่า การเรียนรู้วัฒนธรรมของกลุ่มชนทำให้มีความรัก ศรัทธาและผูกพันในความเป็นปกาเกอะญอมากยิ่งขึ้น มีความสุขกับความพอเพียงตามวิถีของกลุ่มชนเรา โดยไม่ได้เบียดเบียนทรัพยากรและตนเอง เรียนจบจึงเลือกมาสอนดนตรีเดหน่าให้น้องๆ พร้อมกับสืบสานภูมิปัญญาดนตรีพื้นบ้านไปพร้อมๆ กัน
เพราะร่วมมือคนใน (ปกาเกอะญอ) รัฐและองค์กรอิสระ : นายบุญยงโชติชัยพิบูล ผู้อำนวยการ ศ.ว.ท. IMPECT ได้เล่าถึงการสนับสนุนโรงเรียนชุมชมมอวาคีของIMPECT ตลอดระยะเวลา19 ปีเริ่มต้นจากการวิจัยเก็บรวบรวมองค์ความรู้ของปกาเกอะญอ และจัดร่างเนื้อหาหลักสูตรท้องถิ่นของกะเหรี่ยง คือ หนังสือหลักสูตรท้องถิ่น และแผนการสอนหลักสูตรท้องถิ่น โรงเรียนชุมชนมอวาคีถือเป็นโรงเรียนแรกและโรงเรียนเดียวที่มีการเรียนการสอนในลักษณะดังกล่าว ทั้งยังประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศลจากเยอรมนี ญี่ปุ่น และมี IMPECT เป็นหน่วยงานประสานงานนอกจากนี้ยังมี ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน อ.แม่วาง สำนักงานการศึกษาเขตการศึกษาเพื่อเด็ก ประสานงานกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ด้วย
แสงดาวแห่งศรัทธา: จากมติคณะรัฐมนตรี3 สิงหาคม2553 เรื่องการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง หนึ่งในการฟื้นฟูวิถีชีวิตกะเหรี่ยง คือ การศึกษาให้ชุมชนมีส่วนในการกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม รวมทั้งสามารถจัดการศึกษาได้ด้วยตนเอง และส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยท้องถิ่น โดยมุ่งส่งเสริมนโยบาย "พหุภาษา" เพื่อให้เกิดการยอมรับและเข้าใจในภาษาพูดและภาษาเขียนของกลุ่มชน ซึ่งก็สอดคล้องกับการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนชุมชนมอวาคีมีมติ ครม.ดังกล่าวจึงเป็นแสงดาวแห่งศรัทธานำทางเพื่อให้นโยบายการฟื้นฟูวิถีชีวิตกะเหรี่ยงเป็นนโยบายที่ปฏิบัติการได้อย่างเป็นรูปธรรมก่อประโยชน์เพื่อชาวกะเหรี่ยงมากที่สุด
ปกามี เลอะ เปลอมา ดีอี บรรพชนของเราปฏิบัติตามวิถีชีวิต
ปกาปก่า เลอะ มาดี อี บรรพชนของเราปฏิบัติตามประเพณี
ปก่าเมอ เปอะ มาเพ่าะอะ อะ คี บรรพชนร้องขอลูกหลานปฏิบัติตาม
เปอะเมะเตอะมา ต่า ดีอี หากลูกหลานไม่ปฏิบัติตาม
ลอหม่าโหม่ เดอ ป่า อะมี ชื่อบรรพชน จะสูญสลายหายไป
เสียงนักเรียนปกาเกอะญอแห่งบ้านมอวาคีท่องบทธาสอนใจก้องกังวานกลางขุนเขาณ โรงเรียนชุมชนมอวาคี ในห้องเรียนเรือนไม้ชั้นเดียว บทธาบทนี้ที่หนูน้อยจะไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องขับขานเท่านั้น หากจะเป็นบทที่แทรกซึมในจิตใจของปกาเกอะญอรุ่นใหม่ที่ผ่านการบ่มเพาะจากโรงเรียนชุมชนมอวาคีแห่งนี้ด้วย
หลักสูตรระดับประถมศึกษาโรงเรียนชุมชนมอวาคี(บ้านหนองมณฑา) ปี2553
สาระการเรียนการสอนชั่วโมง/ปี การใช้ภาษาฟัง พูด อ่าน เขียน วรรณกรรมสุภาษิต บทธาด้วยภาษาปกาเกอะญอ 160 ค่ายศึกษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเรื่องป่า คุณธรรมและจริยธรรม 80 อาชีพในท้องถิ่นหัตถกรรมท้องถิ่น เครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักสาน เครื่องประดับ เครื่องตีเหล็ก 80 ดนตรีปกาเกอะญอบทธา ธากล่อมเด็ก 80 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นแหล่งอาหารในธรรมชาติ การผลิตเอง อาหารในวัฒนธรรม ชื่ออาหาร ตำรับอาหาร การฝึกทำอาหาร สมุนไพร การถ่ายทอดการเป็นหมอพื้นบ้าน 80 ประวัติศาสตร์ชุมชน 40 เศรษฐกิจชุมชนไร่หมุนเวียน นาไร่ การเก็บรักษาพันธุ์พืช 40 การดูแลสุขภาพการละเล่นพื้นบ้าน อาหารในวัฒนธรรม 80 ประวัติศาสตร์ตำนานหมู่บ้าน ตำนานชนเผ่า แผนที่หมู่บ้าน 40 กฎจารีตและเพณีและการปกครองพื้นบ้าน ครอบครัว เครือญาติ พิธีกรรม และความเชื่อเศรษฐกิจชุมชน การเก็บของป่า การเลี้ยงสัตว์ 80 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมเรียนรู้นิทานและตำนานเกี่ยวข้องกับทรัพยากรด้วยภาษาและภูมิปัญญา ปกาเกอะญอ80 ภาษาต่างประเทศ 40 รวม840
0 รุ้งตะวัน อ่วมอินทร์ รายงาน
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน)



