
เอเน็ตฟื้นคืนชีพสทศ.เตรียมชงทปอ.11มิ.ย.นี้
ประธานบอร์ดสทศ.ดันเอเน็ต ฟื้นคืนชีพ แจงเป็นภารกิจหลักของสทศ. ขณะที่มหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงในการคัดเลือกเด็ก พร้อมมอบผอ.สทศ.เสนอทปอ. เรียกการสอบ 7 วิชา เป็นระบบเอเน็ต 11 มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่อาคารพญาไท พลาซ่า ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ บอร์ดสทศ.ได้มีมติให้ สทศ.ดำเนินการนำการจัดทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง(เอเน็ต) กลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจาก การสอบเอเน็ต เป็นการวัดสัมฤทธิผลทางการศึกษาขั้นสูง ซึ่งข้อสอบที่ใช้วัดจะมีเนื้อหาที่ยากขึ้นกว่าข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ที่เป็นการวัดความรู้ขั้นพื้นฐาน และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยก็ต้องการใช้การวัดผลศักยภาพของเด็กขั้นสูง ควบคู่กับขั้นพื้นฐาน หรือใช้คะแนนขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงในการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียน เช่น คณะอักษรศาสตร์ คัดเลือกเด็กจากคะแนนภาษาอังกฤษพื้นฐาน และ ภาษาอังกฤษขั้นสูง เป็นต้น
ทั้งนี้ การจัดสอบเอเน็ต ถือเป็น ภารกิจหลักของสทศ.ที่จะวัดสัมฤทธิผลนักเรียนในระดับสูง หากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)หรือมหาวิทยาลัยเห็นว่า เอเน็ตน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในการคัดเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็สามารถนำคะแนนไปใช้ได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการวิ่งรอกสอบของเด็ก อย่างไรก็ตาม การที่ สทศ.คิดระบบดังกล่าวกลับมา เพื่อรองรับระบบแอดมิชชั่นส์ในอนาคต ส่วนขั้นตอนการสร้างข้อสอบเอเน็ต ถือเป็นหน้าที่ของ สทศ.ที่จะขายแนวคิดดังกล่าวแก่หน่วยงานที่สนใจนำไปใช้
ศ.กิตติคุณ ดร.สมหวังกล่าวต่อว่า การดำเนินงานจัดสอบเอเน็ตนั้น เบื้องต้นได้มอบหมายให้ รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สทศ.เป็นผู้ประสานงานเสนอแนวคิดนี้ต่อทปอ.เนื่องจาก 7 วิชา ได้แก่ ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ ที่จะใช้ในการสอบระบบรับตรงของศูนย์รับตรงทปอ. มีลักษณะเทียบเคียงกับข้อสอบเอเน็ต เพราะเป็นการทดสอบในขั้นสูง ฉะนั้น สทศ.จะเรียกการสอบ 7 วิชาดังกล่าวว่าเป็นระบบการจัดสอบเอเน็ตของสทศ. ซึ่งต่อไป ทปอ.จะข้อสอบ 7 วิชาดังกล่าวหรือไม่ แต่สทศ.ก็จะจัดสอบระบบเอเน็ต ส่วนจะเก็บค่าจัดสอบเหมือนการสอบ 7 วิชาของทปอ.หรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม แนวทางในการบริหารงานของสทศ. 4 ปีต่อจากนี้ จะดำเนินงานภารกิจตามที่กฎหมายกำหนด โดยภารกิจหลักคือ การจัดการทดสอบและประเมินผลทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา อาทิ การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต การทดสอบการอาชีวศึกษาระดับชาติ หรือ วีเน็ต รวมถึงการจัดสอบในระดับอุดมศึกษา หรือยูเน็ต ส่วนภารกิจรองคือ การให้บริการการทดสอบตามที่หน่วยงานร้องขอ เช่น การจัดสอบแบบวัดความถนัดทั่วไปหรือแกต และวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือแพต ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย( ทปอ.) ร้องขอมา แต่ต้องมีการจัดโครงสร้างและระบบงานให้รองรับงานบริการ เพื่อไม่ให้งานบริการมาทับซ้อนกับภารกิจหลัก
ด้าน รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า ปีการศึกษา 2555 สทศ.เป็นผู้ให้บริการจัดสอบในระบบรับตรงร่วมกันให้กับ ทปอ. จำนวน 7 วิชา ซึ่งเป็นข้อสอบที่วัดเนื้อหาขั้นสูงในลักษณะเดียวกันกับเอเน็ตที่ สทศ.จะเริ่มนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของ สทศ. ที่จะสื่อสารให้สังคมได้เข้าใจถึงความแตกต่างของการวัดผลของโอเน็ตและเอเน็ต และหากทปอ.เห็นว่า เอเน็ต สามารถคัดเลือกคนเข้ามามหาวิทยาลัยได้ตรงกับความต้องการก็สามารถนำไปใช้ได้ โดยตนจะนำเสนอต่อที่ประชุมาทปอ.ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ส่วนการจัดสอบอื่นๆ ก็ยังคงดำเนินการต่อไป



