ไลฟ์สไตล์

ตั้งคณะทำงานมาศึกษาข้อมูลคดีป.บัณฑิตเพิ่ม

ตั้งคณะทำงานมาศึกษาข้อมูลคดีป.บัณฑิตเพิ่ม

01 มิ.ย. 2554

อนุกรรมการกฎหมายของคุรุสภา ตั้งคณะทำงานมาศึกษาข้อมูลคดี ป.บัณฑิตเพิ่มอีกอีกชั้น ระบุยังไม่เห็นสำนวน ไม่สามารถสรุปอะไรได้ต้องขอข้อมูลเพิ่ม ให้คณะทำงานไปตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 15 วัน

 (1มิ.ย.) นายยืนยง จิรัฏฐิติกาล ประธานคณะอนุกรรมการกฎหมาย คุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯครั้งแรก ว่า คณะอนุกรรมการฯจำนวน 13 จากทั้งหมด 24 คน ได้ตรวจสอบเอกสารที่คุรุสภาส่งมาให้ แต่ก็ในทางกฎหมายก็ยงไม่สามารถสรุปหรือบอกอะไรได้ เพราะทางคุรุสภาไม่มีสำนวนการสอบ ไม่มีรายชื่อของผู้ที่ได้ใบประกาศฯ ป.บัณฑิตโดยไม่ได้เรียน รวมถึงผู้ที่มาให้ข้อมูลทั้ง 11 ราย ก็ไม่แน่ใจว่า ได้ใบประกาศนีบบัตรฯ มาโดยไม่ได้เรียนตามที่สำนักงานคุรุสภาให้ข้อมูลมาหรือไม่ ดังนั้น ขอให้คุรุสภาส่งข้อมูลรายละเอียดมาให้พิจารณาเพิ่ม

 “อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯได้พิจารณากันอย่างรอบครอบแล้ว จึงมีมติให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย นายสงขลา วิชัยขัทคะ เป็นประธาน กรรมการ 8 คน ได้แก่ นายธีรพัฒน์ คำคูบอน นายยืนยง จิรัฏฐิติกาล นายปรีดา บุญเพลิง นายสุวิรัติ มังคุด นายจักรพรรดิ วะทา นายชวน คงเพชร นายรณชิต บุตรภักดีธรรม นายขจร จิตสุขุมมงคล โดยคณะทำงานชุดนี้จะขอดูสำนวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง และให้ดำเนินการตรวจสอบสำนวนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่มีคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า คณะทำงานชุดนี้จะสรุปเรื่องทันเข้าสู่การบอร์ดคุรุสภาซึ่งเลื่อนเป็นวันที่ 16 มิ.ย.นี้ หรือไม่ “

 นายยืนยง กล่าวว่า ถ้าคณะอนุกรรมการฯเร่งรีบมีมติให้แจ้งความดำเนินคดีกัยผู้ใดก่อนได้เห็นสำรวจการสอบสวนหรือการให้ปากคำต่างๆ นั้น จะไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา และอาจมีผลกระทบต่อคุรุสภาโดยตรง ตลอดจนนักศึกษาที่เรียนจริงก็จะได้รับผลกระทบด้วย ดังนั้น จึงขอดูสำนวนทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เป็นคดีอาญา จะดำเนินการอะไรลงไปโดยไม่เห็นสำนวนไม่ได้ ดังนั้น อนุกรรมการฯซึ่งเป็นนักกฎหมาย มีมติว่าต้องดูสำนวนตัวจริงและดูอย่างละเอียด ว่าใครบ้างที่ทำให้คุรุสภาเสียหาย เสียหายเรื่องใดบ้าง

 สำหรับประเด็นที่สำนักงานคุรุสภาเสนอให้คณะอนุกรรมการกฎหมายพิจารณานั้น ดังนี้ 1. แจ้งความกับผู้กระทำผิดทางอาญาหรือไม่ 2. หากสมควรดำเนินการ ควรดำเนินการแจ้งความผู้ใดบ้าง 3. หากข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังว่ามีใครกระทำผิดทางอาญาเช่นเดียวกันควรมอบสำนักงานคุรุสภาแจ้งความดำเนินการต่อไปหรือไม่ และ 4. อำนาจของ รมว.ศธ ในการให้ความเห็นชอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการแจ้งความในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นใน 4 ประเด็น เราไม่สามารถพิจารณาได้ เนื่องจากขาดสำนวนที่เป็นรายละเอียด เราจึงตั้งคณะทำงานไปดูสำนวนทั้งหมด ว่าเด็กให้ปากคำอย่างไรบ้าง ใบประกาศของจริงของปลอม และซื้อขายหรือไม่ เราจะให้คณะทำงานตรวจสอบสำนวนทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เสร็จแล้วให้นำเสนออนุกฎหมายชุดใหญ่ แล้วนำเรื่องเข้าคณะกรรมการคุรุสภา ถ้าดำเนินการเร็วจะมีการประชุมอนุกฎหมายอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ทันวันที่ 16 มิ.ย.เพื่อให้ทันประชุมบอร์ดคุรุสภา หากไม่ทันก็ต้องเลื่อนออกไปเดือนกรกฏาคม