ไลฟ์สไตล์

ลุงแจ่มระวังภัย 
ทำงานนวดในสโลวัก (จบ)

ลุงแจ่มระวังภัย ทำงานนวดในสโลวัก (จบ)

02 มิ.ย. 2554

แรงงานไทยหลายราย โชคดีที่นายจ้างยินยอมปฏิบัติตามสัญญาจ้างงาน แต่ก็มีหลายรายที่ถูกเอาเปรียบแรงงาน

 เท่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับการร้องเรียน คือ นายจ้างใช้ให้ทำงานตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงที่พัก ต้องทำงานเกินกว่าสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด เงินเดือนได้รับไม่ตรงตามที่ระบุในสัญญา โดยนายจ้างอ้างว่า หักเป็นค่าใช้จ่ายที่นายจ้างได้จ่ายให้ล่วงหน้าเป็นค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าดำเนินเรื่องและค่าเอกสาร ค่าประกันสังคม ประกันสุขภาพ โดยนายจ้างไม่แจกแจงรายละเอียดการทำงาน การทำงานล่วงเวลา แต่เหมาจ่ายเป็นรายเดือน
 สำหรับเงินเดือนที่ได้รับ หญิงไทยเหล่านี้ต้องเจียดเป็นค่าอาหาร เนื่องจากไม่สามารถรับประทานอาหารที่นายจ้างจัดหาได้ และอาหารที่ซื้อเป็นอาหารและเครื่องปรุงไทยที่มีราคาสูงมากตามอัตราค่าครองชีพ อาทิ ข้าวสาร 18 กิโลกรัม ราคา 40 ยูโร หรือประมาณ 1,720 บาท น้ำปลาขวดละ 2 ยูโร จึงทำให้หญิงไทยเหล่านี้แทบไม่เหลือเงินเก็บเพื่อส่งกลับให้ครอบครัวในประเทศไทยเลย และไม่กล้าที่จะบอกครอบครัวทางเมืองไทย ถึงความยากลำบากในการดำรงชีวิตในต่างแดน ทั้งสภาพอากาศที่หนาวเย็น อุปสรรคในด้านภาษา ปัญหากับนายจ้าง และเพื่อนร่วมงาน บางคนหาทางออกโดยการเสพสุรา และของมึนเมา
 นอกจากนี้ สถานที่ทำงานของพนักงานนวดเหล่านี้ มักเป็นโรงแรม หรือสปาที่ตั้งอยู่ในเขตที่มีน้ำพุร้อน หรือโคลนร้อน ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงของคนในยุโรป ดังนั้นพนักงานนวดที่ต้องแยกย้ายกันไปทำงานในสาขาต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจสปาเหล่านี้ หลายคนต้องอยู่คนเดียวในสถานที่ห่างไกลจากเมือง หาซื้อของลำบาก งานหนัก ไม่มีเพื่อนคุยผ่อนคลาย ทำให้เกิดความเครียด และกดดันสูง
 นอกจากนี้ การที่ต้องทำงานหนัก เนื่องจากมีพนักงานนวดน้อย ทำให้พนักงานบางคนเกิดการอักเสบที่กล้ามเนื้อมือและแขน ซึ่งบางครั้งนายจ้างก็ดูแล
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ