
รู้ทัน ป้องกัน รักษาได้
การดูแลการตั้งครรภ์จนถึงการคลอดทั้งหมด ไม่ใช่หน้าที่ของสูตินรีแพทย์เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของ "ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด" ด้วย
สูตินรีแพทย์ จะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยระหว่างตั้งครรภ์ และเมื่อพบความผิดปกติเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หรือทารกในครรภ์ สูตินรีแพทย์จะปรึกษา และแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ไปพบผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิด เพื่อทราบข้อมูล พร้อมรายละเอียด และทำความเข้าใจถึงอาการผิดปกติ และปัญหาที่จะเกิด แล้วจึงวางแผนการคลอดที่เหมาะสม
กรณีครรภ์ปกติ แต่พบปัญหาระหว่างหรือหลังคลอด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิดจะเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาทันที เช่น ครรภ์ปกติอายุ 30 สัปดาห์เกิดน้ำเดินมีเลือดออก นั่นคือ ต้องคลอดฉุกเฉิน
กรณีความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างคลอด ซึ่งไม่สามารถตรวจพบในระหว่างตั้งครรภ์ อาจพบได้หลายชนิด ตั้งแต่อาการน้ำเดินก่อนกำหนด มีขี้เทา (อุจจาระเด็ก) ในน้ำคร่ำ ซึ่งอาจทำให้เด็กสำลัก หัวเด็กไม่ลงขณะคลอด การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด ซึ่งแต่ละอาการดังกล่าวอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้
ความผิดปกติที่สามารถตรวจพบได้ก่อนจากการตรวจอัลตราซาวนด์
- ครรภ์แฝดซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจต้องคลอดก่อนกำหนด อาจเกิดกรณีแฝดแย่งอาหารกัน
- ครรภ์เป็นพิษคือภาวะที่มารดามีความดันโลหิตสูง ซึ่งในระหว่างคลอด ความดันโลหิตจะยิ่งสูงขึ้น ความผิดปกติของทารกในครรภ์มีหลายกรณี ได้แก่ เกิดถุงน้ำในไต ไตเป็นซีสต์ ไส้เลื่อนกระบังลม ทารกศีรษะบวมน้ำหรือศีรษะเล็กผิดปกติ
- ภาวะรกเกาะต่ำ น้ำคร่ำน้อยหรือมากผิดปกติรวมถึงประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากมารดาซึ่งมีประวัติการแท้งบ่อย
การเตรียมคลอดสำหรับครรภ์ผิดปกติ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ต้องเตรียมความพร้อมตามอาการผิดปกติ การเก็บตัวอย่างเลือดของทารกเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lap) จะต้องใช้เทคโนโลยีในการตรวจวัดผลพิเศษที่ใช้เลือดน้อยมาก เนื่องจากทารกตัวเล็กมีเลือดไม่มากนัก ร้อยละ 80 ของทารกที่มีความผิดปกติหลังคลอดมักมีระบบทางเดินหายใจผิดปกติ
รองลงมาคือ ปัญหาการทำงานของระบบหัวใจ กรณีอื่นๆ ที่พบบ่อย เช่น คลอดก่อนกำหนด ทารกพิการแต่กำเนิด ไส้เลื่อนกระบังลม ทารกสมองบวมน้ำ ลำไส้อุดตัน ภาวะสายสะดือย้อยจากปากช่องคลอด ซึ่งทุกกรณีล้วนมีความสำคัญไม่มากน้อยกว่ากัน เพราะเกี่ยวข้องกับการรอดชีวิตของทารก
พร้อมที่สุดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ปัจจุบันศักยภาพในการดูแลรักษาการตั้งครรภ์หรือการคลอดที่ผิดปกติในประเทศไทย ได้รับการพัฒนาขึ้นจนทัดเทียมประเทศที่มีวิทยาการทางการแพทย์ระดับสูง เช่นเดียวกับศักยภาพการดูแลทารกแรกเกิดที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง ศักยภาพ 2 ประการดังกล่าวเป็นเครื่องชี้วัดว่า การดูแลการตั้งครรภ์ และทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติที่ อยู่ในมาตรฐานระดับสูงสุด คือ ความสามารถดูแลทารก เกณฑ์เสี่ยงต่างๆ รวมถึงการผ่าตัดหัวใจในทารกแรกเกิดและการใช้เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซและหมุนเวียนเลือดขณะที่ทารกป่วยหนัก
คำแนะนำสำหรับการตั้งครรภ์
การได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทารกแรกเกิดก่อนการคลอด ถือเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงต่อปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งระหว่างและหลังการคลอด แม้ครรภ์นั้นได้ผ่านการตรวจแล้วว่า เป็นปกติทุกอย่าง ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นมาตรฐานปฏิบัติในประเทศที่มีวิทยาการทางการแพทย์ในระดับสูง
รายที่ตรวจพบว่าครรภ์มีปัญหา คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความร่วมมือกับสูตินรีแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่วางแผนการคลอด รับรู้ข้อมูลปัญหาทั้งในส่วนของแม่และส่วนของเด็ก คือ ต้องคุยกับแพทย์จนเข้าใจอาการได้ถ่องแท้ ทั้งหมดนี้ คือกระบวนการสำคัญ ซึ่งสามารถช่วยป้องกัน หรือรักษา รวมถึงลดความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแม่และเด็กได้
ศ.พญ.อรดี จันทวสุ
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร.0-2667-1000



