ไลฟ์สไตล์

"ไอพีดี ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ" 
โรคเด็กยอดนิยม

"ไอพีดี ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ" โรคเด็กยอดนิยม

31 พ.ค. 2554

โรคไอพีดี ปอดบวม และหูชั้นกลางอักเสบ 3 โรคยอดนิยมที่คุกคามคุณภาพชีวิตเด็กไทยให้ต้องทนทุกข์ทรมาน ผู้ปกครองควรตระหนักถึงสาเหตุบางอย่างที่ป้องกันได้ และอันตรายของโรคเหล่านี้ เพราะหากเชื้อร้ายลุกลามเข้ากระแสเลือด เด็กอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

  ปัจจุบัน โรคไอพีดี ปอดบวม และหูชั้นกลางอักเสบ เป็นโรคที่พบในเด็กไทย และมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3% ทุกปี มักจะเป็นในเด็กเล็กโดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 2 ปี
 โรคไอพีดี คือ โรคติด เชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดรุนแรง โดยลุกลามเข้าเลือด ได้แก่ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคปอดบวม (บางราย) และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด เด็กจะมีไข้สูง ซึม หรืองอแง ชัก และอาจมีอาเจียนพุ่ง หากรักษาไม่ทัน ผู้ป่วยหรือเด็กที่ติดเชื้ออาจมีความพิการทางสมองหรือเสียชีวิตได้
 การติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ซึ่งในภาวะปกติเป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในโพรงจมูก และลำคอ ของคนทั่วไป ปกติจะไม่ก่อโรคโดยเกาะอยู่ในลำคอเฉยๆ แต่เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอ เชื้อโรคนี้จะก่อให้เกิดโรคอันตรายได้ และ เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม บางครั้งเชื้อจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เป็นโรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
 โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเด็กจะมีไข้ ไอ เหนื่อย หอบ หายใจเร็ว หายใจลำบาก บางครั้งอาจมีภาวะน้ำ หรือมีหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด การติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง และช็อก องค์การอนามัยโลก พบว่า ปอดบวมเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยในแต่ละปี มีเด็กเสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 2 ล้านคน
 โรคหูชั้นกลางอักเสบ เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเกิดจากเชื้อไวรัส สามารถหายเองได้ ส่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะหายช้ากว่า และสามารถเป็นซ้ำได้อีก หากเด็กเป็นไข้หวัด ไม่สบาย มีไข้สูง ปวดหูมาก ถ้าเป็นเด็กเล็กจะร้องกวน เอามือกุมหูข้างที่ปวดไว้ตลอด และอาการปวดหูอาจเป็นมากขึ้นเวลากลางคืน ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจหู เพราะหากเด็กไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจังและถูกวิธี อาจทำให้เยื่อแก้วหูทะลุ มีหนองไหลออกมาเป็นหูน้ำหนวก หากมีการเป็นหูน้ำหนวกซ้ำๆ บ่อยๆ อาจหูหนวกได้
การติดต่อ
 ติดต่อได้ง่าย จากคนสู่คน ผ่านทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย โดยการไอ จาม หรือสัมผัสกัน โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส จะก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ผู้ติดเชื้อจะมีอาการไอ หากมีการติดเชื้อในถุงลม ก็จะมีเสมหะมาก บางรายลามไปถึงเยื่อหุ้มปอดจนเกิดหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกเวลาหายใจ หายใจลำบาก ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อีกทั้งยังลุกลามไปทางกระแสเลือดได้อีก ทำให้เกิดอาการโลหิตเป็นพิษ และหากลุกลามไปสมองก็จะเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ  หากรักษาไม่ทันเวลาอาจเสียชีวิต หรือมีความพิการทางสมองได้
การรักษา
 แพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ แต่ปัจจุบัน เชื้อนิวโมคอคคัสเริ่มดื้อยามากขึ้น ทำให้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดไม่ได้ผลเท่าที่ควร ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิต หรือพิการได้
การป้องกัน
 1.การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการปรึกษากุมารแพทย์เรื่อง การฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียบางชนิด เช่น ฮิบ นิวโมคอคคัส เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และเป็นโรครุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต และพิการทางสมองได้
 2.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
 3.ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการ ไอ จาม หรือเป็นโรคปอดบวม
 สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฯลฯ จะจัดวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี ปอดบวม และหูชั้นกลางอักเสบ เป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ
 ส่วนประเทศไทย วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี ปอดบวม และหูชั้นกลางอักเสบ ยังจัดอยู่ในประเภทวัคซีนเสริม หรือวัคซีนทางเลือก เนื่องจากยังมีราคาสูง และผู้ปกครองต้องจ่ายเงินเอง แต่ปัจจุบันเด็กไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี ปอดบวม และหูชั้นกลางอักเสบ ได้เพิ่มขึ้น เพราะมีวัคซีนใหม่ที่ราคาถูกลงกว่าเดิม ทำให้สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้เพิ่มขึ้น
 การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี ปอดบวม และหูอักเสบ จึงคุ้มค่ากว่าการรักษา
รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเด็ก