
นโยบาบ "ลด แลก แจก แถม"
ในประเทศไทยมาตั้งแต่เกิด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการรู้เห็นการบริหารของประเทศชาติ ทั้งที่เป็นประวัติศาสตร์ และที่ได้พบได้เห็นด้วยตาของตนเอง ติดตามการหาเสียงเลือกตั้งมาทุกครั้ง และทุกพรรคการเมืองใหญ่ ๆ แต่ยังไม่เห็นการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใดมีความแปลกประหลาดม
ที่ว่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ก็คือว่า การหาเสียงมิได้เน้นนโยบายพรรคที่มีอยู่เดิม แต่ทุกพรรคกลับใช้วิธีการ ลด แลก แจก แถม แถมโฆษณาล่อลวงเช่น เรียนฟรี หนี้ไม่ต้องใช้ ขอยืมใหม่ก็มีให้ตลอดเวลา มีที่ไร่ที่นา จัดหาที่อยู่ อีสานจะมีน้ำมีไฟ ภาคใต้จะมีโรงงาน การรักษาพยาบาลฟรี ฯลฯ
"คนไทยเราทำไมมันช่างโคตรโชคดีอะไรขนาดนี้หนอ"
ไม่ใช่เฉพาะพรรคใหญ่ๆ เท่านั้น พรรคเล็กๆ ก็ดันเอานโยบายนี้มาใช้กับเขาด้วย โดยที่มิได้ละอายใจว่าตัวเองน่ะมีเงินทองใช้ประทังชีวิตไปวันๆ ก็เป็นโชคมหาศาลแล้ว ครั้นเมื่อชาวบ้านได้ฟังก็พากันตาโตโห่ร้องว่า เทวดามาช่วยพวกเราแล้ว
เลยพานนึกถึงบรรดาปลาหอยที่ติดอยู่ในหนองน้ำที่กำลังจะแห้ง ได้เฝ้าวอนไหว้เทวดาให้ลงมาด้วย ครั้นเห็นเงาจำนวนมากปรากฏบนท้องฟ้าต่างก็พากันดีใจ แต่แล้วกลายเป็นกลุ่มของนกยางที่พากันมาจิกกินกุ้งหอยปูปลาเหล่านั้นจนหมดสิ้น
ประชาชนทั้งที่รวยที่จน เมื่อเห็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในยุคนี้จะเคยตั้งคำถามสักนิดไหมว่า ที่เอามาลดแลกแจกแถมน่ะเงินของเขา หรือภาษีของคนที่ทำมาหากิน
นักการเมืองที่เที่ยวโฆษณาสารพัดแจกนั้น ก็ต้องเอาภาษีของประชาชนที่ตั้งใจทำมาหากินแล้วเสียภาษีให้รัฐเอามาละลาย
การละลายภาษีโดยที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพื่อนำมาบำรุงรัฐนั้น น่าจะเป็นความผิดอย่างมหันต์ รัฐบาลใดที่ใช้ภาษีประชาชนแล้วนำไปละลายจนหายนะน่าที่จะต้องได้รับโทษทัณฑ์จากประชาชนผู้ขยันทำมาหากิน แต่แทนที่จะเห็นเป็นนักโทษของรัฐ กลับได้รับความนิยมว่าเป็น "เทวดามาโปรด"
จะมีนักการเมืองคนใดและพรรคการเมืองไหนบ้าง ที่ได้พูดถึงการสร้างงานให้กับประชาชน การประสานและส่งเสริมการลงทุนทั้งส่งออกและนำเข้า การให้ประชาชนรู้จัก ขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ พัฒนาฝืมือ อีกทั้งจัดแผนการเกษตร “ทฤษฎีใหม่” ให้เหมาะสมกับภูมิภาค และรัฐเป็นผู้ประสานการตลาดกับภูมิภาค ทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่นั่นแหละ จะไปโทษพวกนักการเมืองก็ไม่ได้ ต้องโทษว่า "พวกเรามันทั้งขี้เกียจ โง่ และโลภ"
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



