
มบส.บุกศธ.ทวงคืบหลักสูตรไม่ผ่านสภาวิชาชีพ
นิสิตเทคนิคการแพทย์ มบส.บุก ศธ.ทวงถามคาบคืบหน้า กรณีหลักสูตรไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาวิชาชีพ ระบถ ผ่านไป 6 เดือนเรื่องไม่คืบ
(30พ.ค.) นายนพรัตน์ ดีโสภณ นิสิตชั้นปีที่ 4 ประธานสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ (มบส.) พร้อมด้วยนิสิตปี 1-4 ประมาณ 30 คน เดินทางมาขอเข้าพบนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีสภาเทคนิคการแพทย์ไม่อนุมัติหลักสูตรนี้ของ มบส. โดยก่อนหน้านี้กลุ่มนิสิตได้เดินทางเพื่อยื่นเอกสารร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อ รมว.ศธ.ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2553
นายนพรัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางที่ประชุมสภา มบส.ได้มีข้อกำหนดให้นิสิตได้เลือก เลือกตามความสมัครใจ ดังนี้ 1.ให้นิสิตได้เทียบโอนไปเรียนสาขาวิชาอื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันของ มบส. 2. ย้ายนิสิตไปเรียนในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากสมาคมวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ 3. มบส.จะต่อสู้ต่อไปเพื่อให้หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ มบส.ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้นิสิตได้ศึกษาที่นี่ต่อไปจนจบหลักสูตร โดยจะต้องรอผลคำตัดสินจากศาลปกครองว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองหลักสูตรตามที่ มบส. ได้ยื่นฟ้องไว้หรือไม่ โดยทาง มบส.แจ้งว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มายื่นเรื่องไว้เมื่อเดือน ธ.ค. 2553จนกระทั่งตอนนี้เป็นเวลา 6 เดือนแล้วพวกตนก็ไม่ได้รับคำตอบ ขณะเดียวกันก็ประสานขอความร่วมมือจากสภาทนายความ ซึ่งได้นัดให้มีการไก่เกลี่ยทั้งหมด 5 ครั้ง ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2554 ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่มีคำตอบเหมือนเดิม ส่วนทางเลือก 3 ทางที่สภา มบส.ให้พวกตนเลือกนั้น ส่วนใหญ่แล้วเลือกที่จะศึกษาต่อที่ มบส.แห่งนี้ปัจจุบันทีนิสิตสาขาวิชานี้จำนวน 115 คน ส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ที่นี่เพราะเราไม่มั่นใจว่าการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจากทาง มบส.จะเป็นเช่นไร ซึ่งแม้จะบอกว่าจะให้การช่วยเหลือแต่ไม่ระบุให้ชัดเจน
จนกระทั่งการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จสิ้นไปแล้ว จึงได้มีประกาศ มบส.เรื่องการให้ทุนสนับสนุนการศึกษา นิสิต เทคนิคการแพทย์ ปีการศึกษา 2554 ลงวันที่ 12 พ.ค. 2554 ออกมาว่ากรณีเรียนในสถาบันอื่นสาขาวิชาอื่น ๆ จะจ่ายทุนการศึกษาให้ตามหลักฐานการเรียกเก็บจากสถาบันการศึกษานั้น ๆ ในวงเงินที่นิสิตแต่ละคนได้จ่ายให้ มบส.หรือหากเรียนสาขาเทคนิคการแพทย์ในสถาบันอื่น ก็จะจ่ายทุนให้เต็มจำนวนตามที่สถาบันนั้นเรียกเก็บตามจำนวนภาคเรียนปกติที่เคยเรียนกับ มบส. แต่กว่าประกาศจะออกมามันก็สายไปแล้ว
“ผมและเพื่อน ๆ เห็นว่าการช่วยเหลือยังขาดความชัดเจน เพราะแม้แต่ในการร่วมไกล่เกลี่ยที่พวกผมได้ไปขอให้ทางสภาทนายความดำเนินการให้ทั้งหมด 5 ครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน และการไกล่เกลี่ยที่ผ่านมานั้นท่านอธิการบดีก็มาร่วมไกล่เกลี่ยเพียงครั้งเดียว ส่วนอีก 4 ครั้งก็จะมารองอธิการ แต่ที่มาเป็นหลักก็คือคณบดีซึ่งพอไกล่เกลี่ยเสร็จคณบดีก็บอกว่าจะต้องไปแจ้งต่อที่ประชุมอีกซึ่งก็ต้องรอเหมือนเดิม แต่ที่พวกผมต้องการคืออยากให้ทาง มบส.ทำหนังสือระบุชี้ชัดมาเลยว่ามีแนวทางเยียวยาพวกผมแบบไหนจนกว่าจะเรียนจบ ระบุเป็นข้อ ๆ มาเลยและมีการเซ็นต์ชื่อรับรองเป็นที่รับทราบร่วมกันไม่ใช่มาบอกแต่ว่าเราจะสู้ด้วยกันแบบนี้” นายนพรัตน์ กล่าว



