ไลฟ์สไตล์

จ่อค้านกัมพูชาขอขึ้นพระวิหารต่อศาลโลก30มิ.ย.

จ่อค้านกัมพูชาขอขึ้นพระวิหารต่อศาลโลก30มิ.ย.

30 พ.ค. 2554

ไทยหวั่นกัมพูชาร้องขอมาตรการชั่วคราวขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารต่อศาลโลก 30 มิ.ย.นี้ “นิพิฏฐ์” ประกาศเอกสารคัดค้านพร้อมแล้ว ทั้งกรณีขึ้นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแบบโดดเดี่ยว ไม่มีคุณค่า เป็นฉนวนสร้างปัญหาระหว่างประเทศ และอยู่บนพื้นที่ปักปันเขตแดนที่ยังมีปั

 เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบว่านางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากรในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก ได้เดินทางกลับมาจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หลังเข้าร่วมพิจารณาระเบียบร่างวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นสำนักงานใหญ่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ระหว่างวันที่ 19 – 29 มิถุนายน 2554 แล้ว แต่ยังไม่ได้รายงานใดๆ จากนางโสมสุดา

  อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าสำหรับการพิจารณาของศาลโลกกรณีปราสาทพระวิหาร คาดว่าจะตัดสินในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ในส่วนของ วธ. เป็นฝ่ายจัดทำข้อมูลทางวิชาการได้มีความพร้อมทุกอย่างแล้ว ตนเป็นคนตรวจเอกสารทั้งหมดและนำเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยใจความสำคัญของเอกสารคือ ปราสาทพระวิหารมีความเกี่ยวโยงทางประวัติศาสตร์กับปราสาทน้อยใหญ่ซึ่งอยู่ในเขตประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น การประกาศขึ้นทะเบียนให้ปราสาทพระวิหารแห่งเดียวเป็นมรดกโลก จึงไม่มีคุณค่าพอ ไม่มีความสัมพันธ์กับปราสาทน้อยใหญ่ที่อยู่ในบริเวณของไทย จึงไม่สามารถประกาศเป็นมรดกโลกแต่เพียงแห่งเดียว อีกทั้งภูมิทัศน์รอบปราสาทไม่เอื้อต่อการประกาศขึ้นเป็นมรดกโลก

 “ผมหวังว่าเอกสาร ข้อมูลที่เสนอไปครั้งนี้ หากสามารถให้ศาลโลกเลื่อนการพิจารณากรณีปราสาทพระวิหารออกไปได้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดี เรายืนยันมาตลอดว่ามรดกโลกไม่ควรจะเป็นชนวนสร้างปัญหาระหว่างประเทศ ตามหลักแล้วมรดกโลกต้องสร้างความสมานฉันท์ สันติ สามัคคีระหว่างประชาชนให้เกิดความรัก ความหวงแหน จะมาเอามรดกโลกเป็นที่กำบังกระสุน สาดกระสุนใส่อีกฝ่ายหนึ่ง อย่างนี้ไม่ใช่ความหมายของมรดกโลกแล้ว ส่วนกรณีมีผู้ไม่หวังดียกประเด็นดังกล่าวมาโยงกับเรื่องการเมืองเพื่อทำลายฐานเสียงพรรประชาธิปัตย์นั้น เราต้องบอกความจริงต่อประชาชน และประชาชนต้องยอมรับความจริงด้วย อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า ศาลโลกได้พิจารณาเมื่อปี 2505 แล้วว่าตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ต้องยอมรับจุดนี้ก่อน จนถึงขณะนี้เรายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ ดังนั้น การจะเถียงว่าปราสาทพระวิหารนี้เป็นของใคร ขอให้เลิกถกเถียงกันไปได้เลย ตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ปัญหาขณะนี้คือกัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้หรือไม่ ตามหลักก็น่าจะจดได้ แต่จะมีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะตัวปราสาทดังกล่าวมีผลต่อการกระทบกระทั้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่ใช่มีเฉพาะตัวปราสาทแล้วไปจดได้เลย ต้องดูความร่วมมือและผลที่จะเกิดขึ้นจากการขอขึ้นทะเบียนด้วย”นายนิพิฏฐ์ กล่าว

 รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า การคัดค้านขอขึ้นปราสาทพระวิหารของกัมพูชาเป็นมรดกโลก ไม่ใช่เป็นเรื่องล้มเหลวหรือไม่ล้มเหลว ยิ่งสุดท้ายหากมีประกาศเลื่อนการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชาออกไป ก็น่าจะเป็นชัยชนะของไทยด้วยซ้ำ ที่สำคัญไทยกับกัมพูชายังมีปัญหาเรื่องปักปันเขตแดน จะมีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารหรือจะมีการรวมเอาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 กม. รวมไปด้วย ถือเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ และไทยก็คงถอนทหารออกไม่ได้ด้วย สิ่งที่ตนเป็นห่วงขณะนี้คือมาตรการชั่วคราวที่กัมพูชาจะร้องของต่อศาลโลกในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 นี้เราคาดการณ์ไม่ได้ว่ากัมพูชาจะขอมาตรการใดบ้าง ทางที่ดีที่สุดคือ ศาลโลกควรจะเลื่อนการพิจารณาไปก่อน