
มองนอกดูใน - การเดินทางของเมล็ดพันธุ์
หลังจากวันหยุดยาวของประเพณีสงกรานต์จบลง กรุงเทพมหานครก็กลับสู่สภาพปกติ คือการจราจรคับคั่ง ผู้คนมากมาย และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เสถียรธรรมสถานก็ยังคงเป็นที่ที่ครอบครัวมากมายเลือกที่จะใช้เวลาร่วมกัน แต่ครั้งนี้ผู้คนดูจะมากมายเป็นพิเศษอยู่สักหน่อยตรงที่หล
การอบรมหลักสูตร ‘พลังครู...พลังสร้างโลกโดยผ่านเด็ก’ (18-23 เมษายน)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับเสถียรธรรมสถาน จัดการอบรมหลักสูตร ‘พลังครู...พลังสร้างโลกโดยผ่านเด็ก’ โดยมีครูกว่า 43 ท่านจากทั่วประเทศเข้ามาใช้เวลาร่วมกันในการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้เพื่อนำไปถ่ายทอดและพัฒนาองค์กรของตน
ค่ายครอบครัวแห่งสติ...อริยะสร้างได้ (19-21 เมษายน)
30 ครอบครัว หรือกว่า 100 ชีวิต ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนไปจน 60 ปี มาอยู่ร่วมกันในค่าย 3 วัน 2 คืน โดยแต่ละวันจะมีกิจกรรม 2 ส่วน คือ วิถีชีวิตแห่งสติ : การเจริญสติอยู่ในกิจวัตรประจำวัน และ อริยะสร้างได้ : การเรียนรู้ธรรมตามวัยผ่านกิจกรรมกายเคลื่อนไหว...ใจตั้งมั่น ซึ่งค่ายนี้ก็จบลงด้วยความสุข มิใช่เพราะแต่ละครอบครัวได้อะไรดั่งที่ใจคาดหวังก่อนมา แต่เพราะแต่ละครอบครัวเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่ไม่เป็นดังหวังอย่างเข้าใจ และที่สำคัญ ต่างตระหนักว่า เราไม่สามารถเก็บลูกไว้ในรั้วบ้านได้ แต่หากบ้านเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่จะบ่มเพาะสติและปัญญาให้แก่เด็กๆ ได้ เราก็จะสามารถปล่อยลูกออกไปเผชิญโลกนอกบ้านได้อย่างวางใจ
งานบุญบ้านดิน
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เสถียรธรรมสถาน ร่วมกับ นายดี ช่างหม้อ และ คุณอิศรา สุคงคารัตนกุล จากบ้านสายรุ้ง ได้จัดให้มีการร่วมแรงอาสาทำบุญสร้างบ้านดิน...ธรรมาศรม สำหรับดูแลผู้เจ็บป่วย พร้อมรับความรู้เกี่ยวกับบ้านดิน โดยจัดให้มีการให้ความรู้ในการสร้างบ้านดินทุกขั้นตอน เริ่มจาก...ภาคทฤษฎี...ประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของบ้านดิน เทคนิคการทำบ้านดิน โดยคุณอิศรา และภาคปฏิบัติ...คือสาธิตวิธีการตรวจสอบดิน การย่ำดิน การทำอิฐก้อนดิน และสาธิตวิธีปั้นภาพนูนต่ำ และการทำสีดิน การทำก้อนอิฐดิน ซึ่งแม้จะเป็นกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่จำนวนผู้ที่สนใจที่เราจะมาช่วยกันสร้างบ้านด้วยกระแสแห่งปัญญา ไม่สร้างด้วยกระแสแห่งตัณหาก็ยังคงมากมาย ซึ่งก็ทำให้ชื่นใจว่าจิตสำนึกแห่งการอาสาเพื่อรับใช้สังคมของคนไทยไม่เคยเหือดแห้งไปจริงๆ
งานบุญผ้าพิมพ์
อาจารย์วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร อาสาสมัครของเสถียรธรรมสถานคือที่มาของการร่วมบุญอันแสนสนุกสนานและน่าสนใจนี้ ผ้าดิบยาวกว่าร้อยเมตรถูกพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์อย่างดีสีดำเป็นลายสาละดอกเขื่อง จากหน้าลานเรือนอริยะสร้างได้ ความยาวของผ้าที่ผ่านการพิมพ์ด้วยแรงสองมือของอาจารย์วิจิตรค่อยๆ ยาวขึ้นจากหนึ่งเมตรเป็นสอง เป็นสาม เป็นสี่ จนกระทั่งผืนผ้ายาวระเรื่อยไปถึงลานดินอันเป็นสถานที่ที่จะปลูกสร้างอาคารของสาวิกาสิกขาลัย ขั้นตอนการพิมพ์ผ้าจบลงเมื่อดวงอาทิตย์อ่อนแสงลง ก็มีผู้ประสงค์จับจองเป็นเจ้าของผ้า คนละเมตร สองเมตร สามเมตร สี่เมตร โดยมอบรายได้สนับสนุนการทำงานของสาวิกาสิกขาลัยกับเสถียรธรรมสถาน
โครงการโรงเรียนพ่อแม่
เสถียรธรรมสถานนัดหมายให้บรรดาพ่อแม่ลูกมาใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ที่สองของเดือนเพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่ได้ศึกษา ปฏิบัติและแบ่งปันประสบการณ์การใช้พุทธวิธีในการครองชีวิตครอบครัว และอบรมเลี้ยงดูลูก โดยเฉพาะการจัดการอารมณ์ตนเองและการสื่อสารกันในครอบครัว และ ส่งเสริมให้เด็กและครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างอริยบุคคล คือ สุขง่าย...ใช้น้อย สุขจากการสร้าง และสุขจากการให้ ผ่านวิธีการที่หลากหลาย และเพื่อสร้างวงศาคณาญาติให้เด็กและครอบครัวได้มีที่ปรึกษาระยะยาว ในการครองชีวิตครอบครัวและการอบรมเลี้ยงดูลูกบนหนทางอริยะ ซึ่งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็อุ่นหนาฝาคั่งเป็นพิเศษ
ไม่ว่าอุณหภูมิของเหตุการณ์บ้านเมืองจะร้อนรุ่ม และเต็มไปด้วยคำถามที่รอคำตอบอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความจริง และสิ่งหนึ่งที่จะทำได้ก็คือ เมล็ดพันธุ์จะยังคงเติบโตในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว ฝนจะตก หรือเกิดพายุร้ายทางอารมณ์ แม้ในหนึ่งฤดูกาลจะเกิดอะไรขึ้น...เมล็ดพันธุ์ก็จะยังเติบโตเสมอ ถ้าเราฝึกให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็นจริงของธรรมชาติ ว่าในทุกๆ ขณะของช่วงชีวิตเรานั้น มันคือขณะที่ต้องมองการเปลี่ยนแปลงให้ทัน ถ้าเราเห็นชีวิตที่เดินทางในหนึ่งฤดูกาลที่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติได้แล้วไซร้ เด็กๆ ก็จะยังยืนหยัดที่จะเติบโตต่อไปได้ ไม่ว่าจะเกิดสภาวะความรุนแรงของการหลงอารมณ์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งของธรรมชาติที่เราจะต้องเข้าใจว่า มันก็แค่...มา...แล้วไป มันก็แค่...เกิดและดับในฉับพลันเท่านั้น...และการเกิด...ดับในฉับพลันนั่นก็คือขณะที่สำคัญที่สุดนั่นเอง... เพราะพระอาทิตย์ดวงเดียวก็ยังขึ้นทุกเช้า และก็ยังมีดวงดาวดวงเดิมที่ส่องแสงในทุกค่ำคืน
"ธรรมสวัสดี"



