ไลฟ์สไตล์

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง-ข่าวหมีดังเชียงใหม่ที่ไม่ใช่แพนด้า

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง-ข่าวหมีดังเชียงใหม่ที่ไม่ใช่แพนด้า

29 พ.ค. 2554

“หมีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ ?” “หมีที่มีสีขนแตกต่างจากหมีชนิดอื่นๆ อย่างมากที่สุดคือ ?” “หมีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อนที่สุดคือ ?”

 “หมีที่กินแมวน้ำเป็นอาหารหลักคือ ?”
 “หมีที่เดินทางไปในทะเลไกลที่สุดคือ ?”
 “หมีที่ทนความหนาวเย็นได้มากที่สุดคือ ?”
 “หมีที่คนนิยมดูมากที่สุดในสวนสัตว์รองจากหมีแพนด้าคือ ?” และ 
 “หมีที่เป็นข่าวในโลกและในเมืองไทยมากที่สุดในรอบเดือนที่ผ่านมา (ยกเว้นข่าวหมีแพนด้า) คือ ?”
        ฯลฯ
 คำตอบคือ “หมีขาว หรือหมีขั้วโลก หรือ Polar Bear” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ursus maritimus

 สัก 2-3 ปีก่อน เมื่อข่าวคราวโลกร้อนกำลังฮิต โดยมีตัวอย่างสัตว์ที่ประสบปัญหาโดยตรงคือ “หมีขั้วโลก” ซึ่งอยู่ในแถบทะเลน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็ง แถบขั้วโลกเหนือตั้งแต่อลาสกายันไซบีเรีย เพราะ ”บ้านละลาย” ที่อยู่อาศัยบนพื้นน้ำแข็งละลายลง เกาะน้ำแข็งแตกแยก อาหารหลักคือฝูงแมวน้ำว่ายหนีไปอยู่ที่อื่น จนหมีขั้วโลกตามล่าไม่ทัน ทำให้อดอาหารตายไปมากต่อมาก

 นักอนุรักษ์หมีบอกว่า ถึงกับอาจสูญพันธุ์ได้ ทั่วโลกจึงรู้จักและตระหนักถึงหมีขั้วโลกมากขึ้น จนมาถึงข่าวหมีขั้วโลกที่เลี้ยงไว้ในสวนสัตว์ของประเทศเยอรมนีตกลูกออกมาชื่อว่า “คนุทซ์” มันน่ารักมาก ขนาดว่าเป็นขวัญใจชาวเยอรมัน ก่อความคลั่งไคล้ได้ไม่แพ้แฟชั่นหลง “หลินปิง” เจ้าหมีแพนด้าน้อยของชาวไทย แต่มันมีชีวิตอยู่ได้สัก 2 ปีกระมัง ก็ต้องพบจุดจบจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บกะทันหัน ยังความเศร้าโศกแก่ชาวเยอรมันอยู่ไม่น้อย เป็นการตอกย้ำให้ผู้คนตระหนักถึงโอกาสสูญพันธุ์ของหมีขั้วโลกทั้งในธรรมชาติและในสวนสัตว์อันอาจเป็นแหล่งสุดท้ายสำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกมัน

 “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เมื่อมีผู้ประท้วงการนำหมีขั้วโลกมาจัดแสดงในสวนสัตว์เชียงใหม่!
 นักอนุรักษ์แห่งล้านนาออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับองค์การสวนสัตว์ฯ ผู้กำกับดูแลสวนสัตว์เชียงใหม่จักนำหมีขั้วโลกมาโชว์ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ด้วยเหตุที่พอจับความได้ว่า สถานที่ใช้เลี้ยงมีขนาดไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้หมีเครียด และแสดงพฤติกรรมผิดปกติ รวมถึงต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อความเย็นให้เพียงพอกับความต้องการตามธรรมชาติของหมี อันจะปลดปล่อยความร้อนออกมาสู่บรรยากาศ ยิ่งเร่งเพิ่มภาวะโลกร้อนเข้าไปอีก เป็นการปฏิบัติที่สวนทางกับการรณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อน ด้วยการใช้หมีขั้วโลกเป็นสื่อก็ตาม

 ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลกันทั้งคู่ ด้วยเจตนารมณ์ที่ดีบนพื้นฐานหน้าที่ของตน จึงมองกันคนละมุม แต่สิ่งที่เป็นความพยายามเหมือนๆกันก็คือ จะทำอย่างไรให้ “หมีขั้วโลก” คงอยู่ซึ่งเผ่าพันธุ์ของมันต่อไปในอนาคต จึงควรใช้เหตุผลและข้อมูลวิชาการเป็นเกณฑ์การตัดสินใจที่จะมีหรือไม่มีจัดแสดงในสวนสัตว์เชียงใหม่

 มิใช่ เอาข้อกล่าวอ้างข้างใดเพื่อตามใจตน เช่น ให้เด็กๆ ดูหมีขั้วโลกจากสารคดีโทรทัศน์ก็ได้มีถมไป หรือหมีขั้วโลกจะมาเป็นสัตว์โชว์ดาวเด่นทำเงินให้สวนสัตว์เพื่อความอยู่รอดของกิจการ ฯลฯ
        จบข่าว

ปานเทพ รัตนากร