
แฟรนไชส์ไม่บาน-คาเฟอินย่านหอการค้า
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว คนรักบ้าน สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ ศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผมเรียกว่าโครงการ ตักสิลา ในรูปแบบแฟรนไชส์ ไม่บาน-คาเฟอิน
(MAI-BAAN CAF?-INN) ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายๆ กับ “ร้านกาแฟ” หรือ “ร้านน้ำชา” รวมทั้ง “ร้านขายขนม” ที่บรรดาผู้คนในย่านร้านตลาดจะได้มีโอกาสมานั่งแลกเปลี่ยนทัศนคติพบปะสังสรรค์กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวกับรูปแบบของการอยู่อาศัย
สำหรับผมมีความเชื่อเสมอครับว่า “บ้าน” คือหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมครับ ไม่ว่าชาว “คนรักบ้าน” จะยากดีมีจนหรือจะอยู่อาศัยใน “บ้าน” รูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์, อพาร์ตเมนต์ ตลอดไปจนคอนโดมิเนียม ฯลฯ สำหรับผมแล้วก็ล้วนแต่เป็นหนึ่งในรูปแบบ “บ้าน” เหมือนกันครับ นอกจากนั้น ผมยังมีความเชื่อต่อไปอีกว่าหากเราสามารถที่จะปรับปรุงฟื้นฟูและยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตใน “บ้าน” ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมให้ดีได้แล้วเราก็จะมีบ้าน, มีหมู่บ้าน, มีชุมชน, มีตำบล, มีจังหวัด, มีประเทศ ที่สุขสงบร่มเย็นกว่าที่เป็นอยู่ครับ
บรรดาองค์ความรู้หลากหลายเกี่ยวกับ “บ้าน” ที่ผมได้เผยแพร่แก่สาธารณชน ผมมักให้คำจำกัดความของคำว่า “บ้านไม่บาน” นั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดจำเป็นที่จะต้องเป็นบ้านที่ “พอเพียง งามง่าย เป็นทั้งที่รักและที่พัก” ก็เลยกลายเป็นที่ไปและที่มาของโครงการ “ตักสิลา” ในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไม่บาน-คาเฟอิน” ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุขในอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานในเขตภูมิอากาศร้อนชื้นอย่างถูกต้อง ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ถูกต้อง ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ถูกต้อง อีกทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการในการก่อสร้างที่ถูกต้อง ซึ่งบรรดาสิ่งต่างๆ ที่ผมกล่าวมานี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เพราะหากเราไม่มี “บ้านดี” แล้ว เราจะมี “เมืองที่ดี” กว่าที่เป็นอยู่นี้ได้อย่างไร
จากแนวคิดดังกล่าว เกิดการ “ตกผลึก” มีการต่อยอดออกไป เพราะผมฝันว่า “ตักสิลา” ของชาว “บ้านไม่บาน” น่าจะกระจายไปตามชุมชนต่างๆ และจำเป็นที่จะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่เบียดเบียน ซึ่งกว่าจะตีโจทย์ข้อนี้แตกก็ใช้เวลานานโขอยู่ครับ อีกทั้งกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” นั้น ผมเชื่อว่าคงจะต้องเรียนรู้กันไปตลอดชีวิต เพราะในยุค “โลกาภิวัตน์” หรือ “โลกาวิบัติ” ที่ทุกอย่างมาเร็วไปเร็วนั้นวิถีในการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนไป วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างก็เปลี่ยนไป ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตและใช้ในการก่อสร้างก็เปลี่ยนไป จึงเกิดเป็น “กระบวนทัศน์” และ “วิสัยทัศน์” ของการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ
ด้วยเหตุนี้ “ตักสิลาบ้านไม่บาน” ะต้องเป็น “ตักสิลา” ที่ “งามง่าย พอเพียง” ที่ดูแลรักษาง่าย เป็น “ตักสิลา” ที่มี “ต้นทุนต่ำแต่มีคุณธรรมสูง” ในการทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” หลังจากที่ได้ผ่านกระบวนการคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบมาหลายรอบ บทสรุปก็มาลงตัวที่ร้านขายน้ำชากาแฟและบรรดาเค้ก คุกกี้ ตลอดจนขนมปังสังขยาเลิศรสในราคาสุดประหยัด อีกทั้งยังต้องเป็นร้านที่ตกแต่งแบบ “ไฮโซ” แต่ “โลว์คอสต์” เพราะในแต่ละ “ตักสิลา” จำเป็นต้องเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่เบียดเบียน
นอกจากนั้น ยังพร้อมขยายตัวออกไปในรูป “เฟรนไชส์” เพื่อเป็น “โมเดลต้นแบบ” ที่จะเผยแพร่องค์ความรู้ของ “บ้านไม่บาน” ในรูปแบบต่างๆ กว่า 300 รูปแบบ และอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม + รีสอร์ทไม่บาน กว่า 200 รูปแบบ ซึ่งจะทำการเผยแพร่ใน “ตักสิลาบ้านไม่บาน” นี้ เพื่อให้เป็นที่คุ้นเคยและจดจำได้ง่าย ผมก็เลยตั้งชื่อว่า “ไม่บาน-คาเฟอิน” ซึ่งจะเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับ “ตักสิลา” อื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกระจายไปทั่วประเทศ
สำหรับ “ตักสิลา” ของชาว “คนรักบ้าน” ในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไม่บาน-คาเฟอิน” นั้น มีรูปแบบที่หลากหลายครับ เพราะขึ้นอยู่กับขนาดของสถานที่ สำหรับทาวน์โฮมในย่าน “หอการค้า” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ไม่บาน-คาเฟอิน” สาขาที่ 1 ซึ่งตัวอาคารมีหน้ากว้าง 5 เมตร ถูกดีไซน์ให้บริเวณด้านหน้าเดิมเป็นที่จอดรถให้กลายเป็นสวนหน้าบ้าน โดยทำการต่อบริเวณทางเข้าเป็นระแนงและกรุด้วย “โพลีคาร์บอเนต” เพื่อกันน้ำ จึงทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งปีไม่กลัวแม้กระทั่งฝนตก เมื่อเดินผ่านบริเวณสวนด้านหน้าเข้าสู่บริเวณตัวอาคาร ซึ่งภายในผมออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับที่มีขนาดกำลังพอเหมาะพอดี
รวมแล้วสามารถตั้งโต๊ะกาแฟได้ 5 โต๊ะ สามารถต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนได้พร้อมๆ กัน ทั้งภายในและภายนอกประมาณ 20 ที่นั่ง หากรวมเก้าอี้เสริมแล้ว
อาจจะนั่งได้ถึง 30 ที่นั่ง ก็ถือว่ามีขนาดกำลัง “พอเหมาะ” และ “พอดี” เป็นอย่างยิ่งครับ เนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปหรือขนาดเล็กเกินไปทำให้ “ตักสิลา” ในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไม่บาน-คาเฟอิน” สามารถสร้างรายได้มีกำไรเหลือเก็บเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย
อีกทั้งยังเป็น “ศูนย์เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” ในทุกๆ มิติ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ตักสิลา” ของ “บ้านไม่บาน” ในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไม่บาน-คาเฟอิน” ซึ่งเป็นร้านขายชา-กาแฟ รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ตลอดจนบรรดาเค้ก คุกกี้ ขนมปัง สังขยา และบรรดาของหวานทานเล่นอื่นๆ รวมทั้งบรรดาวีซีดี “บ้านไม่บาน” และวีซีดี “อพาร์ตเมนต์ไม่บาน” ร่วม 20 ชุด ก็สามารถหาซื้อกันได้ที่นี่ ตลอดจนหนังสือสื่อสิ่งพิมพ์บรรดาของแต่งบ้านตลอดจนของที่ระลึกต่างๆ จะเตรียมไว้บริการแก่ผู้ที่สนใจเช่นกัน จะเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็น “แฟรนไชส์ร้านกาแฟ” แล้วก็ยังเป็น “แฟรนไชส์ทางด้านปัญญา” ให้ความรู้เกี่ยวกับ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” ให้แก่ผู้คนไปพร้อมกันด้วยครับ
สำหรับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ที่สนใจรูปแบบการตกแต่งภายในของ “ไม่บาน-คาเฟอิน” รวมทั้งสนใจสมัครเป็นแฟรนไชส์ “ร้านกาแฟ” ก็สามารถติดต่อสอบถามมาได้ที่ คุณเพลินผกา 08-1421-8323 เอาไว้มาต่อในสัปดาห์หน้า มาดูกันครับว่าเมื่อ “ตักสิลา” ในรูปแบบแฟรนไชส์ “ไม่บาน-คาเฟอิน” ซึ่งเป็น “แฟรนไชส์ทางปัญญา” ที่เกี่ยวกับ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” แห่งแรกในประเทศของบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ย่าน “หอการค้า” เมื่อแล้วเสร็จจะสวยสดงดงามสักเพียงใด และจะเป็น “แฟรนไชส์” ร้านกาแฟแบบ “ไฮโซ” แต่ “โลว์คอสต์” ประเภท “ประโยชน์สูงประหยัดสุด” สมคำร่ำลือจริงหรือไม่ก็อย่าเพิ่งเชื่อผม ติดตามไปชมของจริงกันได้ในสัปดาห์หน้าครับ แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับ บ้านไม่บาน, อพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม + รีสอร์ทไม่บาน หรือ “คอนโดมิเนียมไม่บาน” ก็สามารถติดตามดูย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ยอดฮิต www.homeloverthai.com



