
ตำบลต้นแบบพลังพัฒนาประเทศ
ประเทศชาติเข้มแข็ง สังคมมั่นคง ต้องเริ่มจาก "ครอบครัว" ที่เข้มแข็ง ดังนั้น "ตำบลต้นแบบ" กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสู่สังคมสวัสดิการ จึงน้อมนำรูปแบบโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เป็นแนวทางการปฏิบัติพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเป้าหมายและครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสนับสนุนให้ครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง พัฒนาสังคม และสวัสดิการสังคม ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่แต่ละแห่ง
ดังเช่นที่ ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 11 จ.ชุมพร ซึ่งมีตำบลต้นแบบ 3 แห่ง ได้แก่ ต.บ้านควน ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน และต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร ผู้ประสานงานศูนย์ สุลักขณา ชิ้นสุภร เล่าว่า โครงการตำบลต้นแบบ เป็นความร่วมมือของคนกลุ่มเล็กๆ มีพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนา สร้างคนให้มีความพร้อม ประสิทธิภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ ด้วยกิจกรรมที่เน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนในตำบล อย่าง ต.บ้านควน มีศูนย์สายใยรักครอบครัว เวทีเสวนาสภาเด็กและเยาวชน มีการส่งเสริมอาชีพ การนวดสมุนไพร การประคบ การทำผ้าบาติก สร้างรายได้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต มีระบบการดูแลสุขภาพ จัดการทรัพยากรธรรม ฟื้นฟูภูมิปัญญา และจัดสวัสดิการของชุมชม ทำให้คนในชุมชนอยู่ดีมีสุข มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันพัฒนาชุมชนของตนเองให้น่าอยู่
เมื่อชุมชนน่าอยู่มากขึ้น คนในชุมชนไม่ดิ้นรนไปทำงานนอกบ้าน จิราพร สุวรไตร ผู้ประสานงาน ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 55 จ.สกลนคร เล่าว่า ที่ จ.สกลนคร มี ต.พวงน้อย อ.พรรณานิคม เป็นตำบลต้นแบบ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง และชาวบ้าน จึงช่วยกันผลิตปุ๋ยชีวภาพ ให้เกษตรกรได้พึ่งพาตนเองได้ และช่วยป้องกันสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อม สุขภาวะของชาวบ้านให้ดีขึ้น เป็นการส่งเสริมให้ชาวชุมชนรักบ้านเกิด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง
ภูเบศ จิตรจริง อายุ 19 ปี อดีตประธานสภาเด็กและเยาวชนตำบลเหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า กลุ่มเยาวชนได้เข้ามาร่วมพัฒนาชุมชนในโครงการตำบลต้นแบบ บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ชุมชน เช่น งานศพ จะมีกลุ่มเยาวชนเข้ามาช่วยเหลืองานโดยไม่คิดค่าแรง ตั้งแต่เสิร์ฟน้ำ อาหาร ประสานงานยืมของและอุปกรณ์ต่างๆ จากวัด ตลอดจนจัดดอกไม้ในงานศพด้วย
นอกจากนี้ยังช่วยกันทำนาในพื้นที่ว่างเปล่า ที่ชาวบ้านอนุญาตให้กลุ่มเยาวชนเข้าไปทำนาได้ โดยจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน และเสาร์-อาทิตย์เข้าไปทำนากันเองทุกขั้นตอน ซึ่งในกลุ่มมีสมาชิกราว 30 กว่าคน นำอาหารกลางวันมาจากบ้านแล้วกินด้วยกัน เมื่อได้ผลผลิตก็จะนำไปให้กลุ่มองค์กรต่างๆ หากผู้ใหญ่ให้เงินก็จะนำไปสนับสนุนการทำงานของกลุ่มต่อไป
หลังจากนี้มีโครงการจัดค่ายพัฒนา ด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยจะประสานกับวัดพระธาตุช่อแฮให้จัดอบรมด้านการปฏิบัติธรรม ถือศีล ภาวนา เพื่อให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ จรรโลงจิตใจ ห่างไกลจากอบายมุข และสิ่งเสพติด ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคมต่อไป
จักรพันธ์ รอดทุกข์ อายุ 27 ปี ที่ปรึกษาสภาเด็กและเยาวชนตำบลเหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ กล่าวว่า กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น อบรมฝึกอาชีพระยะสั้นให้แก่เยาวชนอายุ 13-18 ปี เน้นที่ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การตัดตุงล้านนา การถักข้าว เย็บบายศรี ขนมพื้นบ้านล้านนา ช่วยให้เยาวชนหารายได้พิเศษระหว่างการเรียนหนังสือ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ชุมชน เช่น การขุดลอกคลอง การพัฒนา การปรับปรุง เครื่องเล่นสนามของศูนย์เด็กเล็ก และเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งของชุมชน เมื่อมีโครงการตำบลต้นแบบ ทำให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาตำบลอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ใหญ่ใจดีคอยให้การสนับสนุน ตามแนวคิด เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน และให้เยาวชนได้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์
"ตี้" พูนทรัพย์ วงศ์อาษา อายุ 22 ปี ที่ปรึกษาสภาเยาวชนพวงน้อย เล่าต่อว่า สภาเด็กและเยาวชนพวงน้อย ก่อตั้งมาได้ 1 ปีแล้ว พลังเด็กและเยาวชนร่วมพัฒนาชุมชน ตำบลของตนเอง ภายใต้ 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.กิจกรรม 1 คนดี 1 ความดี 2.กิจกรรมปลูกป่า 3.กิจกรรมพาพวกพ้องท่องธรรมะและบำเพ็ญประโยชน์ และ 4.เด็กดีเยี่ยมบ้าน รวมถึงมีการเข้าร่วมส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้าใจมุมมองทั้งสองฝ่ายมากขึ้น ลดความขัดแย้ง มีแต่ความรัก สามัคคี และรักบ้านเกิด ตำบลของตัวเองเป็นกิจกรรมสานสุข สร้างสายใยในครอบครัว และชุมชนได้เป็นอย่างดี
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0



