
ชินวรณ์ส่อแจ้งความป.บัณฑิตอีก11ราย
ชินวรณ์ แถลงข่าว ป.บัณฑิต เตรียมแจ้งความเพิ่มอีก 11 ราย ถึงคิวฟันผู้ซื้อใบปริญญาเก๊ ส่วน นศ.ที่เรียนจริง ฝึกจริงต้องทำใจ ถึงสอบติดครูผู้ช่วยก็หมดสิทธิ์ลุ้น ด้าน สกอ.เตรียมประสาน คกก.ควบคุมลุยหาข้อมูลต่อไป เพื่อตัดสินชี้ขาดสมควรถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทย
“สุเมธ” ระบุ ถ้าประเมินแล้วส่วนใหญ่ล้มเหลวก็ต้องถอนใบอนุญาต บอกใบ้กลาย ๆ คกก.ควบคุมสั่งลดจำนวนรับ นศ.ใหม่เหลือเพียง 1 ใน 6 เหตุเพราะขาดความพร้อมทุกด้านโดยเฉพาะจำนวนครูไม่เพียงพอ ขณะที่ “ชินวรณ์” สั่งปลัด ศธ.ตั้งกก.สืบข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวคนในคุรุสภาพยายามล้มมวย วุฒิสภา เร่งเอาผิดตามกฎหมายซื้อขายปริญญา ย้ำสกอ.คุมเข้มการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง
(26พ.ค.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการกับมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) พร้อมด้วย นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัด ศธ.
นายชินวรณ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยอีสาน(มอส.)เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติให้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิการบดี อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในวันที่ 28 พ.ค.นี้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเมืองจังหวัดขอนแก่น ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำลายความเชื่อมั่นต่อการจัดการศึกษาโดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา ฉะนั้นต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ค้นหาตัวผู้กระทำผิดออกมาให้ได้เพื่อนำไปสู่การถอนรากถอนโคนขบวนการซื้อขายปริญญา
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น จะให้ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้ใบประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) มาใช้ยื่นขอใบประกอบวิชาชีพครูทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้เรียนจริง เบื้องต้นแตรียมแจ้งความทั้งหมด 11 ราย ในความผิดฐานใช้เอกสารเท็จ โดยเลขาธิการคุรุสภาจะให้อนุกรรมการด้านกฎหมายไปเตรียมข้อมูลแยกแยะฐานความผิดแล้วเร่งแจ้งความโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานน่าจะแจ้งความได้
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีนักศึกษาม.อีสานที่เรียนจริง ฝึกสอนจริงถูกต้องตามหลักสูตรและผ่านการสอบคัดเลือกขึ้นบัญชีครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่อาจไม่สามารถเรียกตัวมาบรรจุได้ เพราะทางสภามหาวิทยาลัยได้ยกเลิกการรับรองการจบการศึกษา ส่งผลให้คุรุสภาต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ออกให้คนกลุ่มนี้ไปแล้วจำนวน 974 รายได้นั้น คงไม่สามารถที่จะผ่อนผันให้ได้เพราะถือว่า ขาดสิทธิ์ในการเข้าสอบคัดเลือกตั้งแต่เจ้าตัวถูกสภามหาวิทยาลัยแจ้งยกเลิกการรับรองจบการศึกษา อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้นักศึกษากลุ่มนี้รวมตัวกันฟ้องร้องมหาวิทยาลัยเพื่อให้เป็นแบบอย่างและเป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง ขณะที่ ศธ.จะพยายามหาทางเยียวยาเท่าที่จะทำได้
ด้าน นายสุเมธ กล่าวว่า เท่าที่รวบรวมข้อมูลได้ การดำเนินการของ มอส.เข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน โดยทางมหาวิทยาลัยได้มีการประกาศเชิญชวนให้มาเรียนในหลักสูตรดังกล่าว แต่กลับจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามาตรฐานที่กระทรวงกำหนด กระบวนการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษาขาดความน่าเชื่อถือผู้ใช้บัณฑิตเองก็เกิดความสงสัยไม่มั่นใจว่านักศึกษาที่ถือใบปริญญามายื่นสมัครงานมีความสามารถแท้จริงเพียงใด และข่าวดังกล่าวไม่ได้จำกัดวงเฉพาะอยู่ในประเทศแต่แพร่ไปนอกประเทศด้วย
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สกอ.จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการควบคุมตรวจสอบข้อมูลทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการการเรียนการสอน การบริหารจัดการการเงิน การรับนักศึกษา เพื่อหาข้อเท็จจริงมาประเมินให้ได้ว่า ระบบการจัดการศึกษาที่นี่ในภาพรวมถึงขั้นล้มเหลวหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจะต้องมีการถอนใบอนุญาตแต่ถ้ามีข้อผิดพลาดเพียงส่วนน้อย ส่วนมากยังดีอยู่คณะกรรมการควบคุมจะเข้าไปแก้ไขปรับปรุงจนเมื่อมีเกิดความเชื่อมั่นแล้วจึงจะเสนอ ศธ. ถอนการควบคุม
“ถ้าถามตอนนี้ว่าระบบส่วนใหญ่ของ มอส.เป็นระบบที่ล้มเหลวหรือไม่ผมยังไม่ตัดสินใจ แต่ให้ลองดูอย่างเรื่องการรับนักศึกษาใหม่ เดิม มอส.วางแผนรับนักศึกษาใหม่ 3,000 คนแต่คณะกรรมการควบคุมไปตรวจสอบดูแล้วให้รับได้แค่ 560 คนสาเหตุเพราะมหาวิทยาลัยไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะความพร้อมด้านครู เพราะมหาวิทยาลัยมุ่งไปจัดการศึกษานอกที่ตั้งดังนั้น คณะกรรมการควบคุมจึงได้ลดการรับนักศึกษาใหม่ลง และอนุญาตให้จัดการศึกษานอกที่ตั้งได้แค่ 6 ศูนย์เท่านั้น ทั้งนี้เพราะสภา มอส.เคยอนุมัติให้จัดการศึกษานอกที่ตั้งได้แค่ 6 ศูนย์ แต่ผู้บริหารของ มอส.กลับไปเปิดศูนย์นอกที่ตั้งเองโดยพลการรวมทั้งหมด 120 ศูนย์ ซึ่งรวมถึง ป.บัณฑิตด้วย ”นายสุเมธ กล่าว
นายอภิชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อกล่าวหาว่า ผู้ที่ปฏิบัติงานในคุรุสภาไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ มอส.ขณะเดียวกันมีสถานศึกษาบางแห่งรายงานข้อมูลมาไม่ตรงข้อเท็จจริง บางแห่งไม่มีนักศึกษาไปฝึกสอน หรือไปฝึกสอนไม่ครบตามกำหนด แต่กลับรายงานมาว่านักศึกษา ป.บัณฑิต มอส.ไปฝึกงานมาจริง เพราะฉะนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบค้นข้อเท็จจริงเรื่องนี้
วุฒิสภาเร่งเอาผิดตามกฎหมายซื้อขายปริญญา
ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า ที่ประชุมได้เชิญ 3 หน่วยงานทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คุรุสภา และผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.)มาชี้แจงปัญหาการซื้อขายป.บัณฑิตของมอส. โดยพบข้อมูลที่ตรวจสอบมีทั้งส่วนที่การทุจริต และส่วนที่ไม่ทุจริตแต่ด้อยคุณภาพ ซึ่งส่วนที่มีการทุจริตได้ขอให้เร่งรัดกระบวนการเอาผิดตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการลงโทษ และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ
โดยเฉพาะประเด็นการศึกษาเชิงพาณิชย์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบบการศึกษา รวมทั้งขอให้หามาตรการเยียวยาบัณฑิตที่เรียนจริง ฝึกปฏิบัติการสอนจริง แต่ต้องตกเป็นเหยื่อเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งนี้ได้ขอให้รายงานผลดำเนินงานเป็นระยะ และวางกรอบภายใน 6 เดือนจะต้องมีความชัดเจนถึงการแก้ปัญหามอส.ทั้งหมด
ด้านนายประเสริฐ ชิตพงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ในคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา กล่าวว่า ได้ย้ำให้สกอ.ดูแลการจัดการเรียนการสอนนอกที่ตั้ง โดยเฉพาะการเปิดสอนป.บัณฑิต ไม่ใช่ให้มหาวิทยาลัยไหนเปิดก็ได้ เพราะเท่าที่ทราบ พบหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนป.บัณฑิต เนื่องจากมีอาจารย์เกษียณหรือเออลี่รีไทน์เข้าไปคุยกับอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จากนั้นอธิการบดีก็เสนอสภามหาวิทยาลัยเปิดสอนป.บัณฑิต สภามหาวิทยาลัยก็อนุมัติ รวมไปถึงการเปิดสอนระดับปริญญาเอกด้วย ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฎก็มีปัญหาเรื่องการจัดการศึกษานอกที่ตั้งที่จัดมากเกินไป ทำให้มีอาจารย์ไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดทำให้การเรียนการสอนไม่ได้คุณภาพ



