
รถถูกชน 6 เดือน ประกันยังไม่จ่าย
รถผมถูกรถคู่กรณีชนตรงทางจะลงทางด่วนถนนรามอินทรา เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 หรือเมื่อ 6 เดือนก่อน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ผมเกือบตาย รถพลิกคว่ำสภาพรถเสียหายยับเยินไม่สามารถซ่อมได้ ในวันที่เกิดเหตุไปแจ้งความ ตำรวจบอกว่าเป็นคดีกฎหมายจราจร คู่กรณียอมรับผิดและจะชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากยางรถระเบิดทำให้รถเสียหลักขับพุ่งชนของผม ซึ่งรถผมมีประกันชั้นสาม ส่วนรถคู่กรณีทำประกันชั้นหนึ่งของบริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด ทะเบียน ศศ 25xx กรุงเทพมหานคร
หลังเปรียบเทียบปรับ ตัวแทนธนชาตบอกว่าจะติดต่อกลับมาเพื่อแจ้งค่าสินไหมทดแทน แล้วลากรถผมไปทิ้งไว้ที่อู่ในซอยสวนหลวง
ผมได้ไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่บริเวณหน้าด่านเก็บเงินบนทางด่วน จากภาพที่เห็นน่ากลัวมากเหมือนในหนังยังไงยังงั้น...รถของคู่กรณีอยู่เลนขวาสุด แต่จู่ๆ ก็พุ่งออกมาทางเลนซ้ายสุดชนกับรถผมอย่างแรง ทำให้รถของผมพลิกคว่ำ 3 ตลบ หงายท้องอยู่บนทางด่วน รถที่ตามมาเบรกรถกันแทบไม่ทัน รวมทั้งมีพลเมืองดีมาช่วยผม 2-3 คน แต่ผมโชคดีที่ไม่ตาย ซึ่งใครที่ได้มาเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่า "รอดมาได้อย่างไร" แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ "น้ำใจคน" คู่กรณีของผมเป็นผู้หญิง ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงตอนนี้เธอไม่เคยขอโทษผมเลยแม้แต่คำเดียว หรือแม้แต่จะสอบถามอาการบาดเจ็บ ทุกอย่างเธอปล่อยให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบและเจรจา ทั้งๆ ที่เธอทำให้ผมเกือบตาย
ผมพยายามติดต่อบริษัทธนชาตผ่านคุณเกรียงศักดิ์ รองผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน ครั้งล่าสุดที่เจรจากันเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2554 แจ้งว่า จะจ่ายค่าสินไหมรถยนต์ 2.5 แสนบาท และค่าขาดประโยชน์ไม่มีรถใช้ 5 หมื่นบาท ผมบอกว่า ผมรับไม่ได้ ซึ่งข้อมูลนี้ก็เป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่เมื่อธันวาคม 2553 ที่มีการเจรจากันในครั้งแรก คุณเกรียงศักดิ์แจ้งว่า ต้องทำเรื่องให้ผู้บริหารพิจารณาอีกครั้ง และจะติดต่อกลับ จนถึงปัจจุบัน (23 พ.ค.54) ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทประกันเลย
ผมเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับไม่มีใครสนใจผมเลย...แม้แต่เจ้าของรถ
นาวาโทสรณรรถ สนธิไทย
ตอบ
นายสุวัฒน์ ระดมสุทธิกุล ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินไหมรถยนต์ บริษัท ธนชาตประกันภัย จํากัด ชี้แจงว่า รถประกันธนชาตชนกับรถของผู้เสียหาย เกิดเหตุวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้เป็นการประมาทร่วม แต่เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่า รถประกันเป็นฝ่ายประมาท บริษัทได้แจ้งต่อผู้เสียหายถึงความรับผิดชอบ และให้ผู้เสียหายสรุปรายการความเสียหายมาเรียกร้องกับบริษัท
ผู้ร้องได้เรียกร้องให้บริษัทชดใช้ ดังนี้
1.ค่าความเสียหายของทรัพย์สินภายในรถ เช่น โทรศัพท์มือถือ+ซอง หมวก แว่นกันแดด ฯลฯ เรียกร้องเป็นจำนวนเงิน 21,600 บาท ซึ่งบริษัทตกลงชดใช้ตามจำนวนเงินดังกล่าว
2.สำหรับตัวรถ ซึ่งผู้เสียหายไม่ประสงค์จัดซ่อมเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหาย 4 แสนบาท โดยจะโอนกรรมสิทธิ์รถให้บริษัท
3.ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละ 1,500 บาท
ในการพิจารณาค่าเสียหาย เกี่ยวกับตัวรถ บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา โดยบริษัทจะต้องตรวจสอบราคารถ รุ่น และปี จากตลาดรถมือสอง ที่ปรากฏในอินเทอร์เน็ตมาประกอบการพิจารณา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ราคารถรุ่นนี้ประกาศขายที่ 2.5 แสนบาท บริษัทจึงนำเสนอชดใช้ที่ 2.5 แสนบาท และค่าขาดประโยชน์จำนวน 5 หมื่นบาท รวมเป็นเงิน 3 แสนบาท บริษัทได้เสนอทางผู้เสียหายไปแล้ว อยู่ระหว่างผู้เสียหายกำลังพิจารณา
กรณีนี้ผู้เสียหายไม่เห็นชอบกับข้อเสนอ ทางบริษัทขอความร่วมมือจากผู้เสียหายขอสำเนาทะเบียนรถตรวจสอบให้แน่ชัดว่า รถผู้ร้องเป็นรถรุ่นใด ปีใด เพื่อตรวจสอบราคากลางของรถรุ่นนี้ อย่างถูกต้องแท้จริง ประกอบการพิจารณาชดใช้โดยถูกต้องและเหมาะสม แต่ผู้เสียหายยังไม่จัดส่งสำเนาทะเบียนรถมาให้บริษัท
ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินไหมรถยนต์ บอกว่า บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด ขอยืนยันในการรับผิดชอบค่าเสียหายของผู้ร้องตามความเสียหายจริง
ลุงแจ่ม



