
ดันย่านเก่าชิโนโปรตุกีสเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง
สศร.จับมือภูเก็ตดันย่านเก่าชิโนโปรตุกีสเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง-ต้นแบบนครอาหารไข่มุกอันดามัน เสนอยูเนสโกประกาศเป็นเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์
นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังลงนามความร่วมมือกับเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อสนับสนุนให้เป็นเมืองเข้มแข็งวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของยูเนสโก เมื่อเร็วๆนี้ว่า นครภูเก็ตมีความสร้างสรรค์ 2 ด้านพร้อมกัน คือ 1. การอนุรักษ์พัฒนาพื้นที่ย่านการค้าเมืองเก่าในเขตถนนที่มีอาคารชิโนโปรตุเกสตั้งอยู่โดยเฉพาะย่านถนนถลางเหมาะกับการเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองมีชีวิตของภูเก็ต เพราะเป็นพื้นที่เมืองประวัติศาสตร์ที่มีความเคลื่อนไหวทางการค้าหลากหลายของคนท้องถิ่นต่อเนื่องมากว่า 100 ปี ทั้งอาคารยังรักษาสถาปัตยกรรมชิโนฯ ได้ดีมาก และได้นำสายไฟฟ้าโทรศัพท์เคเบิลลงใต้ดินทำให้ถนนสายนี้ มีภูมิทัศน์สวยงาม ดังนั้น สศร.จะร่วมกันสร้างคุณค่าของความเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง
นางปริศนา กล่าวอีกว่า 2 มีการลงนามความร่วมมือกันให้นครภูเก็ตเป็นต้นแบบเมืองแห่งอาหารในเครือข่ายเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของยูเนสโกที่ได้กำหนดไว้ 7 สาขา ได้แก่ เมืองแห่งวรรณคดี เมืองแห่งภาพยนตร์ เมืองแห่งดนตรี เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เมืองแห่งการออกแบบ เมืองแห่งศิลปะ และเมืองแห่งศิลปะการอาหาร เป็นการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองที่มีจุดเด่นแต่ละประเทศให้รักษาศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ดังนั้น จะจัดทำรายละเอียดต่างๆ เสนอความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตทางสาขานี้ต่อยูเนสโก นอกจากนี้จะจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหารเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภูเก็ตได้แวะลิ้มลองรสชาดของความหลากหลายอาหารพื้นเมืองอีกด้วย
นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เมืองภูเก็ตได้ชื่อว่าไข่มุกอันดามัน มีความโดดเด่นท่องเที่ยวทางทะเลแล้ว มีชื่อทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของเชื้อชาติต่างๆ กันผสมกลมกลืนในท้องถิ่น และยังมีชื่อเสียงในด้านศูนย์กลางของอาหารที่มีรสชาดอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต มีทั้งอาหารจีนสไตล์ฮกเกี้ยน อาหารอิสลาม อาหารนานาชาติ และอาหารพื้นบ้าน เช่น โอตาว โอบะ ทอดมันภูเก็ตหรือลูกชิ้น เป่าล้าง อาโป้ง โอ้เอ๋วหรือน้ำแข็งใส เป็นต้น ใช้วัตถุดิบของพื้นถิ่นเป็นเครื่องปรุงหลัก และยังมีกูรูหรือผู้รู้ในเรื่องอาหารดังกล่าวสอนตามสถาบันการศึกษาถ่ายทอดให้กับนักศึกษาและคนท้องถิ่นที่สนใจอีกด้วย จึงร่วมกับสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเครือข่ายเมืองอาหารของยูเนสโก นอกจากนี้ยังร่วมกันจัดทำพิพิธภัณฑ์เมืองเพื่อสร้างมูลค่าให้กับเมืองเข้มแข็งทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เป็นที่รู้จักในสายตานักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น



