
ไม่มีที่ทำนา
ชาวนา หมู่ 3 ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับความเดือดร้อนหว่านข้าวทั้งน้ำตาและความหวาดกลัว เนื่องจากถูกรถแบ็กโฮและรถไถดินขุดดินกลบทำลายข้าวที่ชาวนาหว่านไว้ต่อหน้าต่อตา โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ชาวนาถูกขัดขวางไม่ให้เข้าพื้นที่ทำนา มีนักเลงอันธพาลมาร
เจ้าของนาผู้ให้เช่าดินทำนาเห็นแก่เงิน ขายที่ดินให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าสถานีย่อยในหมู่บ้านนี้ โดยไม่แจ้งผู้เช่าทำนา ซึ่งเป็นหนี้สินอยู่ ตามกฎหมายกฟผ.ควรบอกกล่าวให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้า 1 ปี ทั้งๆ ที่มีการทำประชาคมหมู่บ้านแล้ว แต่ชาวบ้านทั้งหมู่ 3 กว่า 100 คน ไม่เห็นด้วยที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าสถานีย่อย แต่ก็ยังมีการเข้ามาดำเนินการ โดยนำคนแปลกหน้ามาเป็นการ์ด ปิดหน้าปิดตา ทำให้ชาวบ้านหวาดระแวง ข้าวของทรัพย์สินหายใครจะรับผิดชอบ
ชาวนาและชาวบ้านรอบข้างที่ทราบข่าวว่ามีการทำลายข้าวในนาและกั้นรั้วไม่ให้ชาวนาเข้าพื้นที่ทำนา ต่างรวมตัวกันมาสาปแช่งนักเลงอันธพาลที่ทำลายข้าว ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยัง สภ.ภาชี และสถานีตำรวจประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้มาหยุดยั้งการกระทำดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการช่วยใดๆ เลย ตำรวจอ้างว่าไม่มีอำนาจในการสั่งการ
อารีวรรณ
ตอบ
นายสมเกียรติ สุภาคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า สำหรับรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน ระยะที่ 1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงว่า พื้นที่ที่กำลังก่อสร้างนี้จะทำการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า ไม่ใช่โรงงานผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ และไม่มีผลกระทบทางด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการเชื่อมโยงสายไฟระหว่างระบบผลิตจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ส่งให้ระบบจัดจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปรียบเสมือนเป็นสะพานไฟเชื่อมโยงระบบเท่านั้น จะมีอาคารห้องควบคุมส่งจ่ายไฟ 1 หลัง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ในการจ่ายไฟบนลานกว้าง โดยมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ และผู้ควบคุม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าเพียง 2 คนอยู่ในพื้นที่
ชาวบ้านทราบว่าจะมีการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงภาชี 2 ตั้งแต่ต้นปี 2553 กฟผ.ลงพื้นที่ติดต่อขอซื้อที่ดินจำนวน 6 แปลง เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ในท้องที่หมู่ 3 สภาพที่ดินมีทั้งที่นาและที่สวน และตรวจสอบแล้วก่อนซื้อแล้ว ที่ดินทุกแปลงไม่มีการติดพัน ไม่มีการเช่าที่ดิน จึงได้จัดซื้อตามกระบวนการ แล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2553
จากนั้นทำประชาคมผ่าน อบต.โคกม่วง จำนวน 12 หมู่บ้าน ในหมู่ 3 ซึ่งมีประชากรรวม 300 คน มีเพียง 30 คนที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากชาวบ้านแจ้งว่า ไม่มีที่ดินทำกิน เช่าที่ดินทำนาแต่ถูกเจ้าของที่นำที่ดินที่เช่าทำนาขายให้กฟผ. โดยไม่แจ้งให้ชาวนาทราบล่วงหน้า
ในเรื่องนี้กฟผ.ได้ชี้แจงข้อเท็จให้ชาวบ้านทราบแล้ว แต่สิ่งที่ห่วงใย คือ หากมีการเช่าทำนา ชาวนามีความเสียหายจริง กฟผ.ยินดีที่จะชดใช้ให้ แต่ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการเช่าที่ทำนาจริงและสัญญาเช่ายังไม่สิ้นสุด ซึ่งที่ผ่านมา กฟผ.พยายามจะแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ยินดีที่จะพูดคุยกับชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อสอบถามว่าใครเป็นผู้ทำนาและเช่าจากใคร กลับไม่มีใครให้ข้อมูลเลย
ล่าสุดมีการปิดล้อมพื้นที่ เนื่องจากผู้รับเหมา ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนต้องลงพื้นที่ทำการก่อสร้างตามสัญญา แต่ที่ผ่านมามีผู้คัดค้านทำให้ไม่สามารถลงพื้นที่ได้ ผู้รับเหมาได้จ้างบุคคลมาช่วยคุ้มกันและป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้างขับไล่คนงาน พอค่ำลงก็มีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ผู้รับเหมาออกจากพื้นที่ไปครั้งหนึ่งแล้ว ตามสัญญาต้องเริ่มงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ขณะนี้ล่าช้ามากว่า 4 เดือนแล้ว จึงต้องเร่งเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อ
กฟผ.ขอยืนยันว่า การก่อสร้างแม้จะมีกลุ่มคัดค้านบ้าง แต่มิได้มีการกระทบกระทั่งหรือมีการทำร้ายร่างกายกันแต่อย่างใด เพราะคนงานก่อสร้างและคนงานเฝ้าเครื่องจักรกลนั้น จะอยู่เฉพาะในพื้นที่ก่อสร้างเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง
สำหรับชาวนาที่เป็นผู้เช่านานั้น หากคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบได้ว่า มีการเช่าและได้รับความเสียหายจริง กฟผ.ก็พร้อมจะเยียวยา ช่วยเหลือในความเสียหายที่เกิดขึ้น
ลุงแจ่ม



