ไลฟ์สไตล์

พบยาสมุนไพรรักษามะเร็ง2พันตำรับสธ.เล็งเผยแพร่ผ่านหมอพื้นบ้าน-ป้องกันต่างชาติขโมยสูตร

พบยาสมุนไพรรักษามะเร็ง2พันตำรับสธ.เล็งเผยแพร่ผ่านหมอพื้นบ้าน-ป้องกันต่างชาติขโมยสูตร

24 พ.ค. 2554

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ พบยาสมุนไพร 2,000 ตำรับ มีสรรพคุณรักษามะเร็ง แต่เฉพาะระยะแรก มะเร็งเต้านมรักษาแล้วไม่ต้องตัดเต้า สธ.เล็งเผยแพร่ผ่านหมอพื้นบ้าน ป้องกันต่างชาติขโมยสูตร ส่งรายชื่อหมอถึงสสจ.ทำแผนที่บ้าน ช่วยคนป่วยเข้ารักษาตามความเชี่ยวชาญมะเร็งแต่ล

 พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า มีการสำรวจสมุนไพรที่มีการจดแจ้งทะเบียนตำรับยาทั่วประเทศ พบว่ามีสมุนไพร 1,927 ตำรับที่มีสรรพคุณใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดการประชุมผู้รู้ หมอพื้นบ้าน เพื่อศึกษาสมุนไพรทั้ง 1,927 ตำรับ สามารถรักษาโรคมะเร็งอะไรได้บ้าง โดยจะเน้นมะเร็งที่มีกลุ่มผู้ป่วยมากลำดับต้น คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งผลจากการประชุมพบว่า สมุนไพรมีสรรพคุณในการรักษามะเร็งได้จริง แต่จะช่วยรักษาได้เฉพาะในการป่วยระยะแรก โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมค่อนข้างที่จะยืนยันได้ว่า เมื่อใช้สมุนไพรรักษาแล้วทำให้ไม่ต้องตัดเต้านมทิ้ง นอกจากนี้ ยังทำให้ได้ทราบว่ามีตำรับสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ในขณะนี้มีตำรับยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งมากถึง 2,000 ตำรับ

 “กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ จึงต้องการที่จะหาแนวทางในการเผยแพร่ความรู้ในเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยจะดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเกิดปัญหาที่ต่างชาตินำสมุนไพรไทยไปจดลิขสิทธิ์อีก ซึ่งจะทำให้ไทยเสียเปรียบและสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญไป ซึ่งข้อมูลของตำรับสมุนไพรทั้ง 2,000 ตำรับ ก็จะมีการนำมาจดแจ้งเป็นภูมิปัญญา พร้อมทั้งบรรจุในหลักสูตรการแพทย์แผนไทยที่มีการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา และหากพบว่ายาตำรับใดได้รับการยอมรับในวงกว้าง พร้อมทั้งมีผลวิจัยรับรองสรรพคุณแล้วก็จะส่งเสริมให้มีการผลิตในรูปแบบยาสำเร็จรูปต่อไป” พญ.วิลาวัณย์ กล่าว

 พญ.วิลาวัณย์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของไทย จึงจะนำความรู้ดังกล่าวที่ค้นพบถ่ายทอดให้แก่หมอพื้นบ้านที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งแต่ละชนิด แทนการจัดพิมพ์เป็นหนังสือแจกจ่าย นอกจากจะเป็นการปกป้องภูมิปัญญาของไทย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันผู้ที่จะไปกว้านซื้อสมุนไพรมาเพื่อหวังผลทางการค้าด้วย โดยขณะนี้ มีหมอพื้นบ้านที่ได้รับใบประกอบโรคศิลปะแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งสำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย จะรวบรวมรายชื่อเพื่อเผยแพร่ไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ทั่วประเทศ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านสื่อชนิดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าหมอพื้นบ้านคนใดมีความเชี่ยวชาญการรักษาโรคมะเร็งชนิดใด ก็จะได้ไปรักษากับหมอพื้นบ้านคนนั้น