
เกษตรกรสัมพันธ์ครบวงจร
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับกลยุทธ์ "เกษตรกรสัมพันธ์แบบครบวงจร" ของสยามฟอเรสทรี ในเครือเอสซีจีเปเปอร์ ในงานพิธีมอบรางวัล สมาชิกดีเด่น ขวัญใจยูคาฯ เอสซีจีเปเปอร์ 2011 ให้แก่สมาชิกเกษตรกรที่ชนะเลิศจากทั่วประเทศ โดยมีคุณจุมพฎ ตันมณี บอสใหญ่สยามฟอเรสท
คุณจุมพฎได้พูดถึงกลยุทธ์ดังกล่าวก็เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกยูคาลิปตัสกันมากขึ้น เนื่องจากยูคาลิปตัสเป็นพืชที่ให้ผลผลิตที่คุ้มค่า เป็นพืชปลูกง่าย เติบโตเร็ว ดูแลจัดการง่าย มีความทนทานกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะแล้งหรือฝน จึงเหมาะสมกับภาวะปัจจุบันที่มักเกิดภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ในขณะเดียวกันการลงทุนก็ค่อนข้างต่ำ และใช้แรงงานน้อย แต่ให้ผลผลิตและผลตอบแทนแน่นอน ตลอดจนคืนทุนเร็วกว่าการปลูกไม้ชนิดอื่น
จึงอยากส่งเสริมให้ยูคาลิปตัสเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกของเกษตรกรที่จะมาช่วยเกษตรกรทั้งในแง่รายได้ เนื่องจากหากพืชหลักที่เกษตรกรปลูกอยู่ มีราคาไม่แน่นอน ยูคาฯ ยังสามารถช่วยพยุงราคาได้ รวมถึงเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร เพราะการปลูกต้นยูคาฯ ควบคู่ไปกับพืชหลักจะช่วยลดจำนวนศัตรูพืช ลดความเสี่ยงเรื่องแมลงให้แก่เกษตรกรได้
ไม่เพียงเท่านั้นเกษตรกรสมาชิกยูคาฯ เอสซีจีเปเปอร์ จะได้รับบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้กลยุทธ์ “เกษตรกรสัมพันธ์แบบครบวงจร” ประกอบด้วย 3 ระยะด้วยกัน เริ่มจากบริการก่อนการปลูก จะมีทีมงานทำการวิเคราะห์ และกำหนดสายพันธุ์ยูคาลิปตัสให้เหมาะสมกับสภาพดินที่แตกต่างกันไป บริการวัดและคำนวณผลผลิต ตลอดจนคาดการณ์ผลผลิตปีที่ตัดไม้ รวมทั้งวิเคราะห์ผลกำไรการลงทุนให้เกษตรกร
จากนั้น บริการระหว่างการปลูกจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์พื้นที่และช่วยกำหนดสูตรปุ๋ยที่เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ รวมทั้งวางแผนจัดการแปลงปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต และเพิ่มผลกำไรให้แก่เกษตรกร มีการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายบริการหลังการปลูก จะมีทีมบริการตัด ทีมขนส่ง และประเมินมูลค่าไม้ รวมถึงการรับซื้อไม้ยูคาฯ หน้าไร่ สำหรับสมาชิกเกษตรกรดีเด่นที่มีความประสงค์จะขนส่งไม้ยูคาฯ มาเอง จะได้รับสิทธิพิเศษในการนำไม้ส่งเข้าโรงงานคิวพิเศษ หากพื้นที่ใดที่มีเกษตรกรปลูกยูคาลิปตัสรายย่อยปลูกอยู่หนาแน่น เอสซีจีเปเปอร์ จะมีการพิจารณาเพิ่มศูนย์รับซื้อไม้ยูคาฯ ในบริเวณนั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรมากยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งนี้ คุณจุมพฎยังได้คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของยูคาลิปตัสในตลาดโลกภายใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งจากความต้องการกระดาษที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปีเฉลี่ย 13% ต่อปี จากตลาดในและต่างประเทศแล้ว ล่าสุดกระทรวงพลังงานยังได้เปิดตัวโครงการนำร่องผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลในระดับชุมชน (ระบบผลิตไฟฟ้า) โดยมียูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในวัสดุเชื้อเพลิง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยูคาฯ เป็นไม้ที่จะมีราคาตลาดเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
"สุรัตน์ อัตตะ"
[email protected]



