ไลฟ์สไตล์

 พศ.ร่อนมติมส.ห้ามพระยุ่งกับการเมือง

พศ.ร่อนมติมส.ห้ามพระยุ่งกับการเมือง

23 พ.ค. 2554

พศ.ห้ามพระยุ่งเกี่ยวกับการเมือง-ใช้วัดเป็นพื้นที่หาเสียง หลังพบพระไปร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร ทำบัตรรูปของผู้สมัครมาแขวนคอ พศ.ร่อนมติ มส. เตือนทุกวัด หาพบทำผิดระเบียบ ให้เจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาลงโทษ

(23พ.ค.) นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)และเริ่มมีการหาเสียงของผู้สมัครกันแล้วนั้น ขณะนี้ตนได้รับรายงานว่า มีพระสงฆ์บางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง อาทิ ไปหาเสียงกับผู้สมัคร ทำบัตรรูปของผู้สมัครมาแขวนคอ

 ดังนั้น พศ.ขอแจ้งเตือนไปยังพระสงฆ์ทั่วประเทศว่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง รวมทั้งไม่ให้ใช้พื้นที่ของวัดในการหาเสียง หรือจัดกิจกรรมทางการเมือง แต่พระสงฆ์สามารถเทศน์สอนประชาชนให้รู้จักวิธีการเลือกคนดี ไม่ควรรับเงินซื้อเสียง โดยต้องไม่ชี้นำว่า ผู้แทนคนนั้นเหมาะหรือไม่เหมาะที่จะได้รับการเลือกตั้ง

 นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า พศ.จะนำคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 แจ้งไปยังเจ้าคณะปกครองแจ้งให้พระสงฆ์สามเณรได้ปฏิบัติ ตามคำสั่งดังกล่าว ดังนี้ ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุมทางการเมืองไม่ว่ากรณีใด รวมทั้งทำการใดๆอันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งส.ส. หรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใดแก่บุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ และห้ามร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือร่วมอภิปรายหรือบรรยายเรื่องการเมืองซึ่งจัดขึ้นที่วัดและนอกวัดด้วย

 “คำสั่งนี้ยังมอบหมายให้พระสังฆาธิการชี้แจงแนะนำผู้อยู่ภายใต้ปกครองของตนให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด หากพระภิกษุสามเณรรูปใดฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกเขตสังกัด ให้เจ้าคณะเจ้าของเขตที่มีความผิดเกิดขึ้นว่ากล่าวตักเตือนแจ้งให้พระสังฆาธิการดำเนินการ รวมทั้งให้พระสังฆาธิการผู้มีอำนาจหน้าที่ในการปกครองทุกชั้นปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด” ผอ.พศ.กล่าว

 นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า พศ.จะนำมติมส.ในปี 2549 เรื่องพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง แจ้งเจ้าคณะปกครองด้วย เพื่อขอให้พระสงฆ์สามเณรดำรงตนอยู่ในสถานะอันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน เพื่อป้องกันข้อครหาในการที่พระสงฆ์จะแสดงตนเป็นปฎิปักข์หรือสนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งเป็นเรื่องของคฤหัสถ์ สำหรับพระภิกษุสงฆ์ไม่มีหน้าที่กับการเลือกตั้ง จึงไม่สมควรจะแสดงตนเป็นคุณและโทษต่อพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้น