
ลุงแจ่มระวังภัย ทำงานนวดในฮังการี...ต้องรู้ (2)
4. การลงนามในสัญญาจ้าง หากเป็นไปได้แรงงานควรลงลายมือชื่อกำกับในเอกสารทุกหน้านอกเหนือจากการลงนาม ด้านล่างของสัญญาเพื่อป้องกันนายจ้างเปลี่ยนแปลงข้อความใดๆ ในสัญญา
และแรงงานต้องลงนามในสัญญาจ้างด้วยตนเองเท่านั้น ทั้งนี้ หากสถานเอกอัครราชทูตฯ พบว่า มีการปลอมแปลงหรือทุจริตใดๆ ในเอกสาร จะจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่ลงนามในสัญญาจ้างให้แก่ร้านดังกล่าวอีกต่อไป และจะแจ้งหน่วยงานฮังการีให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไปด้วย
5. แรงงานที่จะเดินทางมาทำงานจะต้องเตรียมความพร้อมในหลายด้าน เช่น การสื่อสารพื้นฐาน ซึ่งควรมีความรู้พื้นฐานในด้านภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น และควรระมัดระวังเก็บเอกสารสำคัญต่างๆ ไว้ด้วยตนเอง เช่น หนังสือเดินทาง ใบประกาศนียบัตรจากสถาบันนวดแผนไทย ใบอนุญาตทำงาน ฯลฯ ไม่ควรให้ผู้อื่นเก็บเอกสารดังกล่าวไว้ เพราะนอกจากอาจถูกเอารัดเอาเปรียบโดยนายจ้างใช้เป็นข้อต่อรองต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติตามแล้วอาจถูกนำไปใช้ในทางมิจฉาชีพอื่นๆ ด้วย
6. แรงงานที่เดินทางมาทำงานควรสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศที่กระทรวงแรงงาน โดยจ่ายค่าสมาชิกเพียง 500 บาท แต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อแรงงาน เพราะสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองครอบคลุมถึงค่าบัตรโดยสารเครื่องบินในการเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อตกทุกข์ได้ยาก หรือการได้รับค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความต่อสู้คดีในศาลกรณีที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบ
7. แรงงานจะต้องไม่ลงนามในสัญญาจ้างฉบับใหม่ใดๆ นอกเหนือจากสัญญาที่ได้รับการตรวจสอบจากสถานเอกอัครราชทูตฯ แล้ว แม้จะได้รับการขอร้องหรือบังคับจากนายจ้างซึ่งมักอ้างว่าเพื่อนำไปขอ stay permit ในฮังการี เนื่องจากจะเป็นหนทางไปสู่การหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ และมักจะมีข้อความแตกต่างจากสัญญาฉบับเดิม ทั้งนี้ หากแรงงานไม่แน่ใจส่งสำเนาสัญญาจ้างฉบับใหม่ให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ตรวจสอบก่อนลงนาม
สถานเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรุงบาดาเปสต์ ฮังการี
(อ่านต่อฉบับหน้า)



