ไลฟ์สไตล์

 พระพิฆเนศ

พระพิฆเนศ

21 เม.ย. 2552

มหาสงกรานต์ ผ่านพ้นไปแล้ว ช่วงนี้พี่น้องชาวไทยก็กลับจากการท่องเที่ยวต่างจังหวัด และอีกหลายๆ ท่านก็จะกลับจากภูมิลำเนาเดิม หลังจากที่รัฐบาลประกาศหยุดอีก 2 วัน ในวันที่ 16-17 ที่ผ่านมา จึงทำให้คนทำงานที่เป็นข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ได้หยุดพักผ่อนกันอย่างเต็ม

 ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องคำถามที่ค้างคาตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ก่อนอื่นผมก็จะขอแก้ไขเมื่อฉบับที่แล้ว ที่ผมได้เขียนพลาดไปอย่างแรง ก็คือเรื่อง นางสงกรานต์ ที่ผมจำผิดวัน ความจริงวันสงกรานต์ตรงกับวันจันทร์ แต่ผมไปเขียนเป็นวันอังคาร ก็เท่ากับว่าทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป ทั้งชื่อนางสงกรานต์ และพาหนะของนางสงกรานต์ ผมก็เลยขอไถ่โทษด้วยการเขียนชื่อนางสงกรานต์ให้ครบทั้ง 7 วันเลยก็แล้วกันนะครับ

 วันอาทิตย์ นางสงกรานต์ชื่อ ทุงษะ  ทัดดอกทับทิม  มีภักษาหารเป็นผลมะเดื่อ  มีจักรและสังข์เป็นอาวุธ และมีครุฑเป็นพาหนะ  วันจันทร์ นางสงกรานต์ปีนี้ชื่อว่า โคราคะ  ทัดดอกปีบ  ภักษาหารเป็นน้ำมัน  มีพระขรรค์กับไม้เท้าเป็นอาวุธ และมีเสือเป็นพาหนะ  วันอังคาร นางสงกรานต์ชื่อ รากษ  ทัดดอกบัวหลวง  ภักษาหารคือโลหิต  มีสามง่ามกับธนูเป็นอาวุธ และหมูเป็นพาหนะ  วันพุธ ชื่อนาง มณฑา  ทัดดอกจำปา  ภักษาหารคือนมเนย  มีเข็มและไม้เท้าเป็นอาวุธ และลาเป็นพาหนะ  วันพฤหัสบดี ชื่อว่า กิริณี  ทัดดอกมณฑา  ภักษาหารคือถั่วและงา  มีขอและปืนเป็นอาวุธ  และช้างเป็นพาหนะ  วันศุกร์ ชื่อว่า กิทิมา  ทัดดอกจงกลนี  ภักษาหารคือ กล้วยและน้ำ  มีพระขรรค์และพิณเป็นอาวุธ  ส่วนพาหนะก็เป็นมหิงสาหรือควาย  วันสุดท้าย วันเสาร์ ชื่อ มโหธร  ทัดดอกสามหาว  ภักษาหารคือเนื้อทราย  มีจักรและตรีศูลหรือหลาวสามง่ามเป็นอาวุธ และมีนกยูงเป็นพาหนะ

 และทั้งหมดนี้ก็คือนางสงกรานต์ทั้ง 7 ตามตำนานบอกว่าจะผลัดกันถือเศียรของ ท้าวกบิลพรหม ไม่ให้ตกลงสู่ธรณี และทั้งหมดนี้ก็คือเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องวันสงกรานต์ และคราวนี้ผมก็จะเขียนเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนจริงๆ ก็คือเรื่อง พระพิฆเนศ ซึ่งเป็นคำถามของคุณจตุพล ซึ่งค้างคามาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ซึ่ง คุณจตุพล อยากทราบประวัติของพระพิฆเนศ รวมถึงการเสียงาของพระพิฆเนศ ว่าที่ถูกต้องนั้นเป็นข้างซ้ายหรือขวา ดังนั้นผมจึงขอเขียนถึงประวัติของพระพิฆเนศเท่าที่ผมได้ศึกษามา และถ้าผิดไปจากตำราอื่นก็ขออภัยเอาไว้ล่วงหน้าก่อนด้วยนะครับ

 พระพิฆเนศ  พระพิฆเณศ  พระพิฆเนศวร  พระคเณศ หรือ พระวิฆเนศวร เหล่านี้จะเขียนหรืออ่านต่างกันไปตามตำราที่ต่างกัน โดยผมจะขออนุญาตเขียนว่า พระพิฆเนศ และเราก็จะทราบกันดีว่า พระพิฆเนศ เป็นเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์โดยชาวไทยจะนับถือ และรู้จักกันทั่วไปทุกชนชั้น และไม่เพียงแต่ชาวไทยเราที่นับถือพระพิฆเนศเท่านั้น หลายชาติหรืออาจจะทุกๆ ชาติในแถบทวีปเอเชีย ต่างก็จะรู้จัก และนับถือพระพิฆเนศกันทั่วไป โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ซึ่งเรายอมรับว่าเป็นต้นกำเนิดของพระพิฆเนศ ซึ่งในอินเดียจะมีการนับถือลัทธิขององค์ต่างๆ ที่เป็นใหญ่ เช่น พระศิวะ พระพรหม หรือ พระนารายณ์ แต่ทุกลัทธิต่างก็ให้ความสำคัญกับพระพิฆเนศทั้งหมด  และการกำเนิดของพระพิฆเนศ ก็จะมีหลายตำรา หลายลัทธิ อย่างมากมาย แต่การบูชาพระพิฆเนศในอินเดียมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นการบูชาของ ลัทธิแห่งชัยชนะเหนือธรรมชาติ ซึ่งชนพื้นเมืองอินเดีย เชื่อกันว่าหนูที่เป็นพาหนะของพระพิฆเนศนั้น เป็นสัญลักษณ์ของความมืด ซึ่งพระพิฆเนศทรงขี่หนู ก็หมายถึงชัยชนะของแสงอาทิตย์ที่ขจัดความมืด และชนพื้นเมืองชาวอินเดียบางลัทธิเชื่อว่าบรรพบุรุษดั้งเดิมของเขาที่อาศัยอยู่ในป่าใหญ่ ต้องเผชิญกับฝูงช้างอันน่ากลัว จึงต้องเกิดความเคารพ และบูชาในรูปของช้าง เพื่อให้ปกป้อง คุ้มครอง และต่อมาการบูชาเหล่านี้ก็กลายมาเป็นการบูชาเทพชั้นสูงของ ชาวอารยัน และยกย่องให้เป็นหัวหน้าของเทพที่มีเศียรเป็นสัตว์ทั้งหมด และในเวลาต่อมาได้มีการสถาปนาเป็นโอรสของ พระศิวะเทพ และ พระนางปราวดี

 ฉบับนี้หมดเนื้อที่อีกแล้ว เดี๋ยวฉบับหน้าค่อยมาอ่านต่อนะครับรับรองว่ามีเรื่องดีๆ ของพระพิฆเนศอีกมากมายเลยครับ สวัสดี

"ขุนอิน"