
ธรรมยาตราสองแผ่นดิน
ความขัดแย้งเรื่องพรมแดนไทยและกัมพูชา เป็นเรื่องร้อนแรงและนำไปสู่ความร้ายแรงของการใช้กำลังทหารจากสองฝ่ายหลายคราวครั้ง จนถึงบัดนี้การแก้ปัญหาในภาครัฐก็ยังไม่มีท่าทีคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น คงจะเข้าทำนองที่ว่า ปลาใหญ่ใส่เกลือยาก นั่นเอง
องค์กรชาวพุทธและองค์กรภาคประชาสังคมหลายองค์กรมี “มูลนิธิเสฐียรโกเศศ” เป็นอาทิ ได้ร่วมคิดและร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการธรรมยาตราสองแผ่นดินขึ้นในช่วงสามถึงสี่วันคาบเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความเป็นพี่เป็นน้องของประชาชนไทยและกัมพูชา โดยใช้พุทธศาสนาเป็นแนวหน้าและเป็นผู้นำ
พระสงฆ์จากวัดป่าสุคโตหลายสิบรูป นำโดยพระไพศาล วิสาโล และนักบวชชายและหญิงจากที่ต่างๆ รวมทั้งฆราวาสญาติโยมจำนวนเกือบสองร้อยชีวิต เดินแถวเรียงสองไปตามริมถนน จากพื้นที่อำเภอวัฒนานครไปสู่พื้นที่อำเภออรัญประเทศ โดยได้เดินเท้าฝ่าเปลวแดดและอากาศร้อนอบอ้าวถึงสามวันติดต่อกันไปจนถึงสะพานข้ามแดนไทยและกัมพูชา
พระสงฆ์และประชาชนกัมพูชามากกว่าสองร้อยชีวิตก็ร่วมเดินธรรมยาตราจากไนเขตประเทศของตนมาสู่แนวชายแดนกัมพูชาและไทยถึงสามวันติดต่อกัน โดยมีนักบวชและฆราวาสชายหญิงชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งทำเรื่องผ่านแดนเข้ามาสู่ประเทศไทย
กลุ่มธรรมยาตราทั้งสองแผ่นดินได้มาพบกันกึ่งกลางสะพาน มีการสวดมนต์ร่วมกัน มีการจุดเทียนเล่มเดียวกัน และมีการแลกธงให้แก่กันและกัน โดยมีพุทธภาษิตที่นักบวชกัมพูชาและไทยกล่าวออกมาด้วยภาษาบาลีอย่าง้ดียวกันเลยว่า “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง”
หลังจากนั้นคณะธรรมยาตราทั้งสองแผ่นดินก็รวมเป็นกลุ่มเดียวกันและร่วมเดินจากชายแดนไทยไปสู่สถานที่ทำกิจกรรมร่วมกัน มีการพักค้างในวัดแห่งเดียวกันถึงสองคืน ก่อนจะลาจากกันด้วยความสุขและความปลาบปลื้มยินดีเป็นที่ยิ่ง
ผู้เขียนเป็นหนึ่งในคณะธรรมยาตราสองแผ่นดิน ขอบันทึกความประทับใจในกิจกรรมสร้างสันติสุขและสันคิภาพด้วยการฝึกฝน
เผชิญความทุกข์ยากลำบากโดยการเดินธรรมยาตาของคนทั้งสองแผ่นดิน ขอให้ท่านทั้งหลายได้ร่วมอนุโมทนาโดยทั่วกันเทอญ
ท่านจันทร์
www.prajan.com



