ไลฟ์สไตล์

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-รอบรู้รั้วเพื่อนบ้านของไทย

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-รอบรู้รั้วเพื่อนบ้านของไทย

23 พ.ค. 2554

สวัสดีคะน้องๆกลับมาพบกับ พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด อีกเช่นเคยว่าแต่น้องๆ พอจะทราบหัแล้วใช่หรือเปล่าคะว่า อีก 3 ปีกว่าๆประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 สัปดาห์นี้พี่ขอนำเสนอเทศกาล วัฒนธรรมสำคัญๆ ของเพื่อนบ้านประเทศอาเซียน ที่น้องๆ อาจไม่เคยรู้ แต่ถ้า

เริ่มด้วยเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวเวียดนาม ใช่แล้วคะ นั่นคือ วันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติของเวียดนาม ประเทศที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรได้ปีละสามครั้งอย่างเวียดนาม ไม่ได้มองว่าเทศกาลวันขึ้นปีใหม่มีความสำคัญมากเหมือนกับประเทศอื่นๆ เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ของเวียดนาม สมาชิกในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลต่างพากันเดินทางกลับบ้านเพื่อให้ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

ก่อนถึงวันขึ้นปีใหม่หนึ่งวันเป็นวันที่สำคัญมากสำหรับชาวเวียดนามเทียบเท่ากับคืนวันที่ 24 ธันวาคมก่อนถึงวันคริสต์มาสของชาวตะวันตกนั่นเอง ชาวเวียดนามจะปัดกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนและบริเวณใกล้เคียง หากมีหนี้สินก็จะชำระจนหมด เพื่อสร้างความสบายใจต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่ช้า

ในคืนวันขึ้นปีใหม่ชาวเวียดนามนิยมเซ่นไหว้บรรพบุรุษ จากนั่นก็นั่งล้อมวงกินข้าวกัน ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจะทำบุญกับพระสงฆ์ ส่วนในช่วงกลางดึก เด็กๆ จะเล่นดอกไม้ไฟและประทัดกันเสียงดัง 

ช่วงเทศกาลปีใหม่ชาวเวียดนามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านไปเยี่ยมเยือนญาติมิตร และเพื่อนฝูง เพื่อกล่าวอำนวยอวยพรซึ่งกันและกันให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมหวัง นอกจากนี้ยังมีประเพณีแจกอั่งเปาให้แก่เด็กเล็กๆ อีกด้วย

 ชาวอินโดนีเซีย พูดจาเสียงเบา น้องๆ รู้หรือไม่คะว่าทำไม มาฟังคำตอบกันคะ ชาวอินโดนีเซียไม่ว่าอยู่ในอารมณ์โกรธเพียงใด พื้นฐานแล้วจะไม่แสดงความโกรธออกมาทางวาจา หรือแม้กระทั่งแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา การพูดจาเสียงดังเกิดขึ้นเฉพาะตอนกำลังมีเรื่องทะเลาะกัน เป็นเพราะพวกเขาติดนิสัยพูดจาด้วยเสียงเบา ชอบการประนีประนอม และควบคุมอารมณ์ได้ เพราะเหตุนี้เอง เวลาที่พวกเขาพบชาวต่างชาติพูดจาเสียงดังใส่กัน จึงมักเข้าใจผิดว่าคนเหล่านั้นกำลังทะเลาะกันอยู่

คุณธรรมที่สำคัญที่สุดในการปกครองบ้านเมืองของชาวอินโดนีเซียคือ ความใจกว้าง ชาวอินโดนีเซียรู้จัก อดกลั้นรอคอย และอดทน ซึ่งในบางครั้งอาจหมายถึงการรอเดี๋ยว ดังนั้นชาวอินโดนีเซียจึงเป็นคนใจเย็นพวกเขาเชื่อว่าผู้ที่ไม่สามารถเอาชนะอารมณ์ตัวเองได้ โกรธง่าย และชอบอาละวาดเป็นคนที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน นอกจากนี้การแสดงอารมณ์โกรธ และการอาละวาด ยังเป็นพฤติกรรมต้องห้ามของศาสนาอีกด้วย

ถ้าว่าไปแล้วในแต่ละประเทศแต่ละวัฒนธรรม ย่อมแตกต่าง แต่มีจุดดี จุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น หากเราเปิดใจยอมรับ เรียนรู้กัน คงทำให้ได้เพื่อนอีกมากมาย แล้วพบกันสัปดาห์หน้าคะ (ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือวัฒนธรรมนานาชาติ ท่องโลกความรู้ 101 วัน)