ไลฟ์สไตล์

หลวงพ่อคูณดีขึ้นน้ำหนักเพิ่มเรื่อยๆ

หลวงพ่อคูณดีขึ้นน้ำหนักเพิ่มเรื่อยๆ

22 พ.ค. 2554

แพทย์ระบุอาการอาพาธหลวงพ่อคูณจากวัณโรคปอดอาการดีขึ้น มีแนวโน้มน้ำหนักเพิ่มเรื่อยๆ ยารักษาวัณโรคสูตรใหม่ยังไม่มีผลข้างเคียง เตรียมใส่ตัวยาเพิ่มอีก คาดหลวงพ่ออยู่ รพ.ต่ออีก 2 เดือน จนกว่าจะได้รับยาครบสูตร ขณะที่อาการตับอักเสบจากยาขนานแรกเกือบหายเป็นปกติแล

ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 โดยคณะแพทย์ได้ให้ยาวัณโรคกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา   โดยคณะแพทย์ยังต้องให้อาหารโดยการใส่สายยางผ่านช่องโพรงจมูกด้านขวาลงไปอยู่ในกระเพาะอาหารโดยตรง  เนื่องจากหลวงพ่อคูณยังไม่อยากฉันภัตตาหาร   ซึ่งที่ผ่านมาร่างกายหลวงพ่อคูณ ตอบสนองอาหารเหลวเป็นอย่างดี ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก 35 กิโลกรัม ในช่วงที่เริ่มป่วยเป็นวัณโรคปอด เป็น 37 กก.แล้ว

 ขณะที่การปรับเปลี่ยนยาหลังจากที่หลวงพ่อคูณเกิดภาวะตับอักเสบจากผลข้างเคียงตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2554  ล่าสุดหลังการปรับเปลี่ยนยายังไม่พบมีอาการแทรกซ้อน ขณะที่ตับที่เกิดการอักเสบเริ่มหายเป็นปกติแล้ว ทางคณะแพทย์เตรียมที่จะเพิ่มตัวยาวัณโรคอีก หลังหลวงพ่อคูณแข็งแรงขึ้นต่อเนื่อง

  ล่าสุดวันนี้ (22พ.ค.) คณะแพทย์ยังคงต้องให้อาหารเหลวแก่หลวงพ่อคูณผ่านทางสายยางลงสู่กระเพาะ โดยทางแพทย์ฝ่ายโภชนา ได้เพิ่มวิตามิน อาหารเสริมจำพวกน้ำมันตับปลามากขึ้น เนื่องจากต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้หลวงพ่อคูณ ให้สามารถต่อสู่กับเชื้อโรคต่างๆ  ป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มเติม นอกจากนี้ทางคณะแพทย์ได้สั่งการให้พยาบาลที่ดูแลหลวงพ่อคูณ นำผ้าสะอาดชุบด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมาเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ที่ติดตั้งไว้ภายในห้องพัก รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่อยู่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อคูณให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยู่ภายในห้องพัก พร้อมกับให้หลวงพ่อคูณเปลี่ยนท่านอนทุกครั้งที่รู้สึกตัว โดยมีให้นอนตะแคงซ้าย-ขวา สลับกับการนอนหงาย เพื่อป้องกันไม่ให้ด้านหลังของหลวงพ่อเกิดปัญหาแผลกดทับ  พร้อมทำความสะอาดร่างกายของหลวงพ่ออย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเกิดอาการแผลกดทับแล้วอาจจะทำให้หลวงพ่อคูณติดเชื้อแทรกซ้อนขึ้นได้

 ส่วนอาการหลวงพ่อคูณภาพรวมอาการดีขึ้นเล็กน้อย ระบบร่างกายทุกอย่างเป็นปกติ ชีพจรเต้นเฉลี่ย 87-90 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 108/52 มิลลิเมตรปรอท , ระดับน้ำตาลในเลือด 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น การตอบสนองการรับรู้เป็นปกติ ความจำดี รู้สึกตัวดี อารมณ์แจ่มใส พูดคุยหยอกล้อกับลูกศิษย์อย่างเป็นกันเอง แต่ยังคงมีอาการเพลียบ้างเล็กน้อย ล่าสุดวันนี้หลวงพ่อคูณตื่นจากจำวัดเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. และได้ออกกำลังด้วยการทำกายภาพ ยกแขน-ขา ขยับร่างกายเบาๆอยู่ภายในห้อง สภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นตอบสนองดี ส่วนน้ำหนักตัวยังทรงตัวจากเมื่อวานนี้คือ 37 กิโลกรัม และยังคงมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ
 
 นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วย นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ และหัวหน้าคณะแพทย์ชุดถวายการรักษาวัณโรคปอดหลวงพ่อคูณ   ได้ตรวจเช็คอาการเพื่อสรุปผลการรักษา โดยแพทย์เปิดเผยผลการตรวจ หลวงพ่อคูณมีอาการดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงตอบสนองได้ดีขึ้น ระบบร่างกายทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากว่าหลวงพ่อคูณเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการรักษาวัณโรคปอด 

 อีกทั้งเพิ่งจะมีการปรับเปลี่ยนสูตรยาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2554 ในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงที่ทางคณะแพทย์ยังวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากยารักษาวัณโรคและตัววัณโรคเอง หรือในช่วงที่เรียกว่า 30 วันอันตรายหลังจากการให้ยาซึ่งต้องนับช่วงเวลาอันตรายหลังการปรับเปลี่ยนสูตรยาไปอีก 30 วันนับจากนี้ เพราะเมื่อมีการปรับเปลี่ยนสูตรยาใหม่ก็จำเป็นที่ต้องยืดระยะเวลาช่วงอันตรายของการให้ยาเพิ่มขึ้นอีก ประกอบกับในช่วงนี้ทางคณะแพทย์ยังอยู่ในขั้นของการค่อยๆเพิ่มตัวยาในการรักษาทีละน้อย  การเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวยา รวมถึงตัววัณโรคและโรคประจำตัวอื่นๆ ก็จะต้องนานขึ้นตามไปด้วย จนกว่าคณะแพทย์จะมั่นใจว่าพ้นช่วงอันตรายของการให้ยารักษาวัณโรคแล้วจริงๆ ซึ่งหากดูสถานการณ์ ณ วันนี้ หากไม่เกิดอาการอื่นแทรกซ้อน หลวงพ่อคูณจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ไปอีกประมาณ 2 เดือน
 
 การตอบสนองต่ออาหารเหลวที่ทางคณะแพทย์ได้ทำการให้ผ่านสายยางลงสู่กระเพาะส่งผลให้น้ำหนักตัวของหลวงพ่อคูณเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 37 กิโลกรัมแล้ว ขณะเดียวกันผลการตรวจวันนี้หลวงพ่อคูณไม่มีไข้ อารมณ์แจ่มใสขึ้น ส่วนอาการของวัณโรคปอดนั้น เท่าที่ทำการประเมินไม่พบว่ามีอาการแย่ลงจากที่ผ่านๆมา

 ช่วงอาทิยต์หน้าคณะแพทย์จะตรวจเอ๊กซเรย์ปอดอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ต้องรอให้ร่างกายของหลวงพ่อคูณสมบูรณ์พร้อมเสียก่อน   ส่วนอาการตับอักเสบซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากยารักษาวัณโรค   หลังจากเจาะเลือดไปตรวจพบว่าอาการตับอักเสบดีขึ้น   

  ตลอดทั้งวันมีศิษยานุศิษย์จากทุกสารทิศเดินทางมาติดตามความคืบหน้าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ผ่านทางโทรทัศน์วงจรปิด  ที่ถ่ายทอดสัญญาณภายในห้องของหลวงพ่อคูณตลอดเวลา  พร้อมกับได้มีการจัดทำจุดให้ประชาชนได้ลงสมุดเยี่ยมไว้ด้านหน้าห้องพักด้วย