
ล่องแพ-เด็ดผลไม้สดกินจากต้นอีกหนึ่งบรรยากาศที่สวนไพฑูรย์
สายน้ำยาวเยียดไหลเอื่อยๆ อย่างเชื่องช้าราวกับเหน็ดเหนื่อยที่ต้องลัดเลาะผ่านคุ้งโค้งมานับร้อยๆ แห่งจากเทือกเขาบรรทัด ซึ่งครั้งหนึ่งที่เคยอุดมสมบูรณ์ด้วยพลอยแดง (ทับทิมสยาม) อันล้ำค่าติดรอยตะเข็บชายแดนกัมพูชามุ่งสู่ทะเลกว้างของอ่าวไทยที่ปากแม่น้ำเขาสมิงของ
แพไม้ลำใหม่ขนาดบรรจุผู้โดยสาร (ยืน) เทียบท่านิ่งสงบรอรับผู้มาใช้บริการ ที่จะล่องลงตามน้ำไหล หรือทวนน้ำสุดแต่ผู้ใช้บริการปรารถนา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วลูกค้าจะเลือกบริการเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพรรณที่ขึ้นเป็นสีเขียวขจีของสองฟากฝั่งตลิ่ง ท่ามกลางเสียงนกป่าหลากหลายชนิดร้องเจี๊ยวจ๊าวราวกับทักทายผู้มาไกล
อีกทางเลือกหนึ่งของลูกค้าที่เลือกใช้บริการแพลำนี้ คือเสริมบรรยากาศของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และทีมงาน "ท่องโลกเกษตร" ของเราก็เลือกใช้บริการในรูปแบบนี้ โดยขึ้นแพเริ่มต้นที่ท่าแพ หรือท่าเรือเขาสมิงซึ่งอยู่ด้านหลังของที่ว่าการอำเภอเขาสมิงนั่นเอง
เรือลำเล็กติดเครื่องขยับที่ท้ายเคลื่อนตัว ลากแพออกจากท่าเทียบ มุ่งหน้าสู่ไปปากอ่าว แพออกจากท่าเทียบเพียงเล็กน้อยเรารู้สึกเพลินกับบรรยากาศที่หาได้ยากอีกแบบหนึ่งของการลุยสวนผลไม้ จากเดิมที่มักคุ้นเคยกับขับรถยนต์ตะลุยสวนกลายมาเป็นบรรยากาศทางน้ำด้วยการล่องแพ ทำให้ทีมงานสนุกสนานและตื่นตากับทัศนียภาพอันสวยงามของทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำเขาสมิง และเราใช้เวลาล่องราว 20 นาทีก็ถึง "สวนไพฑูรย์" ของ "คุณไพฑูรย์ วาณิชศรี" ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเรา
สวนไพฑูรย์ มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 250 ไร่ เป็นสวนผลไม้ที่เน้นผลิตผลไม้ส่งออกเป็นหลัก ตั้งในพื้นที่หมู่ 8 ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด และเป็นสวนผลไม้สวนแรกๆ ที่ร่วมโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับ "สวนสวรรค์...ตะวันออก" ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาได้รับการส่งเสริมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งแต่ละปีในช่วงฤดูกาลผลไม้ จะมีการจัดงาน "เที่ยวสุขสันต์ แดนสวรรค์ผลไม้" ภายใต้ แคมเปญ "เที่ยวสวนผลไม้ตราด 100 บาท ฟาดเต็มอิ่ม" ที่สวนไพฑูรย์ได้ร่วมโครงการนี้ด้วย และการเดินทางด้วยการล่องแพไปสวนไพฑูรย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากจะเดินทางด้วยรถยนต์ขนาด 4 ล้อ
คุณไพฑูรย์ บอกว่า ทุเรียนส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง ชะนี และที่หาชิมได้ยากเป็นพันธุ์พื้นเมืองตราดคือพันธุ์พ่วงมณี รวมแล้วมีทั้งหมด 1,500 ต้น ลองกองพันธุ์ตันหยง ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก อ.ตันหยงมัส จ.นราธิวาส 1,000 ต้น มังคุด 700 ต้น เงาะอีกจำนวนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้ทดลองปลูกปาล์มน้ำมัน และยางพารา ภายในสวนบรรยากาศร่มรื่น เพราะมีพรรณไม้อื่นๆ อีกมากมายสลับไม้ผล โดยเฉพาะไม้โบราณหายากอีกมากมาย อาทิ มะไฟ เทพทาโร กะพ้อ สำรอง มะพร้าวนก เป็นต้น รวมถึงกระถิ่นเทพาที่มีอายุหลายสิบปี ปลูกตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่รัฐบาลประกาศส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อผลิตเหยื่อกระดาษอีกด้วย
คุณไพฑูรย์ บอกว่า ทำสวนผลไม้มากว่า 20 ปีแล้ว เดิมทีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นมรดก อีกส่วนหนึ่งซื้อเพิ่มเติมมาทีหลัง เน้นการทำสวนผลไม้เพื่อส่งขายในท้องตลาดเหมือนสวนอื่นๆ ทั่วไป เนื่องจากเมื่อกว่า 10 ปีก่อนราคาผลไม้ค่อนข้างดี สร้างรายได้ปีละราว 3-4 ล้านบาท ตอนหลังราว 4-5 ปีที่ผ่านมาผลผลิตตกต่ำถึงขนาดทุเรียนพันธุ์หมอนทองราคากิโลกรัมละ 10 บาทเท่านั้น มังคุด เงาะ ไม่ถึง 10 บาท และลองกองราคาก็ถูกเช่นกัน
"ระยะหลังโชคดีครับ ผลไม้ไทยหลายอย่างที่ตลาดต่างประเทศต้องการ โดยเฉพาะหลังจากที่ประเทศไทยมีการลงนามข้อตกลงว่าด้วยการค้าเสรี ทำให้เราส่งผลไม้ไปจีนได้เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ขณะที่ญี่ปุ่นก็ต้องการเพิ่มเช่นกัน นอกจากนี้ประเทศในเอเชียก็ต้องการเพิ่มขึ้น แต่เราต้องผลิตผลไม้ให้ได้มาตรฐานทั้งคุณภาพ สารเคมี โรคแมลง และขนาดของความหวาน ผมจึงปรับสวนของผมเน้นการส่งออกมาหลายปีแล้ว เพราะราคาดี" คุณไพฑูรย์ กล่าว
ปีนี้เขายอมรับว่า ราคาผลไม้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งฝนฟ้าไม่แน่นอน ทำให้ผลผลิตเสียหาย ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย คาดว่าราคาจะดีจนสิ้นฤดูกาล ราคาจึงแพงขึ้น และปีนี้ออกผลผลิตช้าด้วย อย่างทุเรียนหมอนทองน่าจะอยู่ที่ราคาเฉลี่ยกก.ละ 20 บาท ลองกองที่ผ่านมาราวกก.ละ 30 บาท เป็นต้น
"ที่ผมเข้าร่วมโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ไม่ใช่ว่าเพราะผลไม้ราคาไม่ดี ของผมเน้นส่งออก ได้ราคาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องให้มีส่วนร่วมในพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งรายได้จากตรงนี้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ รายได้หลักได้มาจากการส่งออก เพียงแต่ให้คนเห็นว่า การทำสวนผลไม้ส่งออกเป็นอย่างไร คนที่มาได้กินผลไม้มาตรฐานส่งออกอย่างเต็มที่ กินจนอิ่ม หรือจะเด็ดจากต้นก็ได้ เมื่อมาแล้วเราหากใครติดใจรสชาติ สามารถซื้อผลไม้สดจากต้นในราคาหน้าสวนไปเลย ถูกกว่าท้องตลาดครับ" คุณไพฑูรย์ กล่าว
นอกจากที่นักท่องเที่ยวเข้าเพื่อไปเดินชมสวนจะเพลิดเพลินกับการเดินไปเด็ดผลไม้สดๆ จากต้นมารับประทานชนิดที่ผลไม้ยังไม่ลืมต้น ซึ่งเป็นรสชาติที่อร่อยอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว สวนไพฑูลย์จะมีการสาธิตวิธีเก็บผลไม้แต่ละชนิดอย่างถูกวิธี ฟังการบรรยายในการทำสวนเพื่อส่งออกอีกด้วย
ด้าน สุรีย์ แก้วพริ้ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดโครงการท่องเที่ยวของสวนสวรรค์...ตะวันออก บอกว่า ผู้ที่จะไปชมสวนเป็นหมู่คณะใน จ.ตราด ผ่านศูนย์สวนสวรรค์...ตะวันออก จะมีการจัดกิจกรรมหลายอย่าง อาทิ ที่ศึกษาดูงานด้านโอท็อป สู่การส่งออก ชมโรงงานแปรรูปผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนทอด ทุเรียนกวน สับปะรดทอด และมะม่วงทอด ฯลฯ และซื้อของในราคาส่ง รวมถึงการสวนด้วย อย่างกรณีสวนไพฑูรย์ ถือเป็นสวนผลไม้สวนเดียวเท่านั้นที่ลูกค้าสามารถเลือกเดินทางด้วยการล่องแพไปชมสวนได้
นับเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จากที่สวนใหญ่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ มาเพิ่มสีสันให้ตื่นตาด้วยการล่องแพตามแม่น้ำเขาสมิงสู่สวนผลไม้ที่เจ้าของเน้นผลิตผลไม้เพื่อส่งออก สนใจอยากลองชิมผลไม้ที่เมืองตราดและอีกหลายสวนในภาคตะวันออกกับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย หรือจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเดินทางเอง โทร.0-2940-5425-6
ดลมนัส กาเจ



