ไลฟ์สไตล์

“สาระน่ารู้ ที่ต้องรู้”ในการบรรยายที่อิมแพ็คเมืองทองธานี

“สาระน่ารู้ ที่ต้องรู้”ในการบรรยายที่อิมแพ็คเมืองทองธานี

21 พ.ค. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” สัปดาห์นี้ยังเป็น “สาระน่ารู้ ที่ต้องรู้” ที่ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญในการบรรยายของผมในหัวข้อ “การลงทุนอพาร์ตเมนต์ไม่บาน, โรงแรม+รีสอร์ทไม่บาน, คอนโดมิเนียมไม่บาน สายพันธุ์ใหม่

 ทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยและคืนทุนไว” ที่ได้จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี และต้องขอขอบคุณบรรดาแฟนๆ ที่เดินทางกันมาไกลมารับฟังการบรรยายของผมจนเกิดปรากฏการณ์ “ตู้ตั๋วแตก” ขึ้นอีกครั้ง

 ในการบรรยายครั้งนี้ประเด็นสำคัญหลักๆ คือ จะออกแบบและก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานอย่างไรจึงจะสามารถต่อกรกับ “วิกฤติ” ต่างๆ ที่รุมเร้าทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากและบ่อยครั้งมากขึ้น ดังนั้น ผมอยากจะฝากเอาไว้ในสัปดาห์นี้เพื่อจะได้เตือนสติแฟนๆ กันเอาไว้ ให้เป็นกรอบทางความคิดและวิธีปฏิบัติในการออกแบบและก่อสร้างอาคารบ้านเรือนไม่บาน โดยมี หลักการสำคัญทั้งสิ้น 6 ประการ ซึ่งน่าจะเป็นสาระประโยชน์ที่ประกอบไปด้วย 

 หลักประการที่ 1 การออกแบบอาคารบ้านเรือนที่ถูกต้อง ตามหลักสถาปัตยกรรมในเขตร้อนชื้น โดยทั่วไปแล้วสภาพภูมิอากาศของบ้านเรานั้น ฝนตกชุกและแดดแรง เพราะตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งพายุโซนร้อนและน้ำท่วมหลากเป็นช่วงๆ เมื่อออกแบบโดยไม่เคารพกฎกติกามารยาทของธรรมชาติ นอกจากจะทำให้เราอยู่อย่างไม่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว อาคารบ้านเรือนของท่านก็จะไม่ยืนยง คงทน และออกอาการให้เห็นเป็นระยะๆ ต้องซ่อมโน่นแก้ไขนี่อยู่ตลอดเวลา  

 หลักประการที่ 2 การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปหรือมีราคาถูกจนเกินไป จนด้อยคุณภาพ และควรเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่มีความคงทนถาวรต่อการใช้งาน  

 หลักประการที่ 3 การก่อสร้างที่ถูกต้อง รวดเร็ว และประหยัด ซึ่งคำว่าประหยัดของผมในที่นี้จะต้อง ประหยัดทั้งทุนทรัพย์ ประหยัดเวลา และประหยัดทรัพยากรไปพร้อมกัน ดังนั้น การก่อสร้างจะต้องไม่ทำซ้ำและไม่เหลือเศษ ทั้งยังต้องลงมือทำ โดยใช้ความรู้ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึก รวมถึงการศึกษาค้นคว้าหาระบบระเบียบกรรมวิธีการก่อสร้าง ในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะระบบการ “ก่อสร้างสำเร็จรูป” (PRE-FABRICATION) ที่จะทำให้ราคาในการก่อสร้างลดลงและสร้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

 หลักประการที่ 4 การตกแต่งภายในราคาประหยัด ก็ต้องทำแบบ “พอเหมาะ พอดี พอเพียง” ให้ถึงพร้อมกับ “อรรถประโยชน์” โดยยึดหลัก โล่ง โปร่ง สบาย ให้อากาศถ่ายเทสามารถใช้งานได้จริง เพราะอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานนั้นไม่ใช่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรือห้องแสดงสินค้า ดังนั้นทุกอย่างควรใช้ได้จริง ไม่ใช่ตั้งไว้ดูเล่นโก้ๆ เพียงเพื่ออวดรวย หรืออวดความ “ทันสมัย”
 
 หลักประการที่ 5 การทนุบำรุงดูแลรักษา แฟนๆ คนรักบ้าน ต้องคิดเสมอว่า ยิ่งเราดูแลรักษาอาคารบ้านเรือนดีเท่าไร อาคารบ้านเรือนก็จะกลับมาดูแลเราดีเท่านั้น หากเดินตามหลักการของผมครบถ้วนตั้งแต่ข้อที่ 1 ไปจนถึง 5 ก็จะทำให้อาคารบ้านเรือนที่ไม่บานของบรรดาชาว “คนรักบ้าน” ก้าวไปสู่ หลักประการที่ 6 คือ ความ “งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พัก” เพราะในสังคม “แดกด่วน” ของยุค “โลกาภิวัตน์” เรามักจะหลงลืมไปว่า อาคารบ้านเรือนแต่ละหลังไม่ใช่เพียงแค่ประกอบไปด้วย เหล็ก หิน ปูน ทราย ไม้ อิฐ กระจก ฯลฯ แต่ควรเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวา ต้องเป็นทั้ง “ที่รัก” และ “ที่พัก” ไปพร้อมๆ กัน    

 ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการทำงานทำให้ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์เพราะผ่านอะไรต่างๆ มามากมาย ผ่านโครงการน้อยใหญ่กว่า 300 โครงการ ได้มีโอกาสทำบ้านกว่า 3,000 หลัง ผ่าน  “วิกฤติ” ที่หนักหนาสาหัสมาก็หลายครั้ง ทำให้ผมมีความเชื่อว่าในการบรรยายของผมแต่ละครั้งนั้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการพูดถึง “สัจจะแห่งธรรม” อันเป็น “เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง” ตาม “ธรรมชาติ” ของการลงมือ “ทำงานจริง” เอา “ความจริง” มาเปิดอกคุยกัน ซึ่งในโลกแห่ง “ความจริง” นั้นมีทั้งเรื่องราวแห่ง “ความสุข” อันเกิดจากความสำเร็จที่ได้รับและเป็นเรื่องราวของ “ความทุกข์” ที่ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคและ “วิกฤติการณ์” ต่างๆ  

 ดังนั้น คงไม่มีอะไรดีกว่าการที่ผมได้ให้มุมมองตามความเป็น “ความจริง” ที่เป็น “เหตุ” ปัจจัยจริงที่ก่อให้เกิด “วิถีชีวิตการกิน + การอยู่ที่ร่วมสมัย” จริง ที่ชาว “คนรักบ้าน” ได้ใช้ชีวิตอย่างอยู่เย็นเป็นสุขสมดุลกับสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติมายาวนานจริง แต่พอเราได้ละทิ้งบรรดาของจริงอันเป็น “ของดี มีอยู่” เพียงไม่กี่สิบปีเดินตามก้น “ตะวันตก” โดยหลงไปกับ “วัตถุนิยม” เพียงแค่อยาก “ทันสมัย” ก็เกิดเป็นปัญหาอันนำไปสู่ “วิกฤติ” ต่างๆ ดังที่เห็น ดังที่เป็นกันอยู่นี้แหละครับ 

 สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ พบกับสาระน่ารู้ของ “คนรักบ้าน” กันใหม่ในสัปดาห์หน้า สำหรับแฟนๆ ที่สนใจข้อมูลย้อนหลังก็สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” ที่ในแต่ละปีมีผู้เข้ามาเยี่ยมเยียนกว่า 92 ล้านฮิตที่ www.homeloverthai.com