
ถกพระวิหารวาระประชุมมรดกโลกมิ.ย.นี้
พระวิหาร เข้าวาระ7บีประชุมฯมรดกโลกครั้งที่ 35 แต่รอผลถก 3 ฝ่าย ยูเนสโก-เขมร-ไทย 25 พ.ค.นี้ก่อน ไทยส่งรายงาน 5 แห่งมรดกโลกถึงยูเนสโก ยัน อยุธยา-เขาใหญ่ ไร้ปัญหา ศูนย์ฯ เผยรายชื่อ 42 แหล่งจ่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก 2011 พร้อมเพิ่มสาขาวิทยาศาสตร์เป็นมรดกโล
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นาง โสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะกรรมการมรดกโลกของไทย เปิดเผยว่า เว็บไซต์ศูนย์มรดกโลก องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้กำหนดร่างวาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นสำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 19 - 29 มิถุนายน 2011 อย่างทางการแล้วโดยในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้กรรมการมรดกโลก 21 ประเทศจะมีการพิจารณาระเบียบร่างวาระการประชุมทั้ง 21 วาระกันก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะมีขึ้นในกลางเดือนมิ.ย.ซึ่งวาระหลักๆ เป็นการติดตามผลรายงานการประชุมครั้งที่ 34 ประเทศบราซิลปีที่แล้วของความก้าวหน้าและรายงานสถานะของการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่อยู่ในบัญชีมรดกโลก เช่น ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพื้นที่กันชน (Buffer Zone) การประเมินกลไกการตรวจสอบ การพิจารณาแนวทางของสถานะของการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลก
นางโสมสุดา กล่าวอีกว่า วาระการประชุมยังได้ระบุประเทศสมาชิกที่มีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติได้ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ให้จัดทำรายงานแผนบริหารการจัดการพื้นที่และเกี่ยวกับพื้นที่กันชนมีการอนุรักษ์อย่างไรบ้าง ในส่วนของประเทศไทยได้จัดทำรายงานมรดกโลกทั้ง 5 แห่งส่งไปที่ศูนย์มรดกโลกเรียบร้อยแล้ว มีทางวัฒนธรรม 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานฯ สุโขทัย - ศรีสัชนาลัย - กำแพงเพชร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี ทางธรรมชาติ 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายงานครั้งนี้มียูเนสโกประจำประเทศไทยเข้าร่วมด้วย เป็นการรายงานเพิ่มเติมของเนื้อหาแหล่งมรดกที่มีความโดดเด่นและคุณค่าระดับสากลเข้าไปตามที่กรรมการฯ ร่างระเบียบใหม่ขึ้นมา
“การขึ้นทะเบียนแต่เดิมนั้นเป็นเพียงแค่บอกว่าสถานที่แห่งนั้นมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร เมื่อคณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบแหล่งมรดกจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ปัจจุบันการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกมีมากขึ้นทางคณะกรรมการฯ จึงให้ประเทศสมาชิกที่จะเสนอขึ้นทะเบียนได้กรอกรายละเอียดแผนบริหารการจัดการ พื้นที่กันชนและความโดดเด่นที่เป็นระดับสากลเข้าไปด้วยจึงจะได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ดีทั้ง 5 แห่งของประเทศไทยเป็นการรายงานในรอบหลายปีที่ผ่านมา และไม่น่ามีปัญหาว่าไปตามสภาพข้อเท็จจริงของพื้นที่” นางโสมสุดา กล่าว
กรรมการมรดกโลกไทย กล่าวอีกว่า วาระการประชุมหัวข้อ 7 บี มีเรื่องของสถานะของการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่อยู่ในบัญชีมรดกโลกซึ่งในหัวข้อนี้คาดว่าจะมีเรื่องปราสาทพระวิหารกับมรดกโลกแห่งอื่นที่ศูนย์มรดกโลกจะต้องมีการรายงานปกติให้คณะกรรมการฯ รับทราบที่ต่อเนื่องมาจากการประชุมฯ บราซิล อย่างไรก็ตามเรื่องปราสาทพระวิหารคงรอดูผลการหารือ 3 ฝ่ายระหว่างยูเนสโก กัมพูชาและไทยในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ด้วย
“วาระอื่นๆ มีการเสนอสาขาวิทยาศาสตร์เป็นมรดกโลกในอนาคต ทั้งตรวจสถานะของการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่อยู่ในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย และพิจารณาของประเทศสมาชิกที่ยังไม่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนได้ขึ้น รวมทั้งพิจารณาเห็นชอบขึ้นบัญชีมรดกโลกในปี 2011” กก.มรดกโลกไทย กล่าว
สำหรับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่จะได้รับการพิจารณาจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 35 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นทะเบียนมรดกโลกในเดือนมิถุนายน ปี 2011 โดยข่าวเว็บไซต์ศูนย์มรดกโลกยูเนสโก (whc.unesco.org/en/list) เปิดเผยมี 42 แหล่งจาก 40 ประเทศ มีทางธรรมชาติ 10 แหล่ง ทางวัฒนธรรม 29 แหล่ง และแบบผสมทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม 3 แหล่ง ในจำนวนทั้งหมดมีประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ อิหร่าน ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และเวียดนาม 2 แหล่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติฟง งา-เค บัง และป้อมปราการไดนาสตี้ และมี 6 ประเทศที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งแรก ได้แก่ บาบาดอส จาเมกา ไมโครนีเซีย ปาเลา คองโก และสหรัฐอาหรับเอมิเรต



