
ใช้ซากต้นยางเพาะ"เห็ดแครง" ยกระดับอาหารใต้เป็นพืชศก.
นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ปัจจุบัน การเพาะเห็ดแครงในเชิงธุรกิจ กลายเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้เพาะเลี้ยงได้อย่างงดงาม เนื่องจากราคาซื้อขายในท้องตลาดขณะนี้ มีราคาสูงถึงกิโลกรัม 200-250 บาท แต่กลับพบว่าในพื้นที่ทางภาคใต้ มีการเพาะเล
เป็นเหตุผลให้ "ทิพยาภา สุวรรณมณี" สาวใหญ่ใจดีอยู่บ้านเลขที่ 170/1 ถนนเลี่ยงเมือง (สายเอเชีย) ซอยลิ่มอุทิศ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้การเพาะเห็ดชนิดนี้ขึ้น เพื่อผลด้านธุรกิจในอนาคตข้างหน้า หลังจากมองเห็นช่องทางสร้างรายได้อย่างดี อีกทั้งคู่แข่งในพื้นที่ภาคใต้ยังค่อนข้างมีน้อยราย
ทิพยาภา เผยถึงเส้นทางเริ่มต้นเข้าสู่การเพาะเลี้ยงเห็ดแครงว่า เนื่องจากปัจจุบันหาเห็ดชนิดนี้ในธรรมชาติมารับประทานยากมาก ในอดีตมักจะพบเห็นเห็ดแครงขึ้นตามซากต้นยางพารา แต่ปัจจุบันซากต้นยางพาราไม่มีให้เห็ดแครงขึ้นงอกงามเพื่อมาเป็นอาหารแล้ว เพราะไม้ยางพารามีค่า เจ้าของสวนยางนำไปขายหมด นอกจากนี้เห็ดแครงจะงอกขึ้นในธรรมชาติช่วงเฉพาะหน้าฝน จึงทำให้หาเก็บได้เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น
จึงเกิดแนวคิดที่จะเพาะเลี้ยงเห็ดแครงขึ้น โดยใช้พื้นที่ภายในสวนยางพาราข้างบ้านเป็นโรงบ่มและโรงเพาะเลี้ยง ค้นคว้าหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ตและหนังสือด้านนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะลงมือทำตรงนี้ ซึ่งก่อนนี้ได้ลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งเพาะแล้ว ไม่มีเห็ดแครงงอกขึ้นมาก็มี หรืองอกออกมาก็ไม่สมบูรณ์ก็มี แม้ว่าเพาะเลี้ยงมาร่วม 3 เดือนแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังคงค้นคว้าหาความรู้และลองผิดลองถูกกับการเพาะเลี้ยง การเก็บรักษาเห็ดแครงสด รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับการทำแบบอบแห้งเพื่อจะได้เก็บรักษาไว้ได้นาน
"เรื่องการตลาด ในตอนนี้ยังไม่ได้คาดหวังเอาไว้สูง เพราะเราเพิ่งพบกับการเริ่มต้น การผลิตยังอยู่ในระยะแรก เริ่มผลผลิตยังน้อย ส่วนในอนาคตนั้นหาทุกอย่างลงตัวแล้ว ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ก็จะเจาะหาตลาดเพิ่มขึ้น เพราะในห้วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมานี้ เก็บไปขายแค่เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น โดยจะมีแม่ค้ารับซื้อไปขายต่อ บางส่วนก็ขายเองด้วย ซึ่งเห็ดแครงสดจะตกอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท หากอบแห้งจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท แต่ตรงส่วนการอบแห้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการทดลองและศึกษาอยู่ คาดว่าในอนาคตอาจจะทำแบบอบแห้งด้วย"
ทิพยาภากล่าวว่า การเลือกเพาะเห็ดแครง อีกเหตุผลหนึ่งคือ ต้องการทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่และอยากให้รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เพราะปัจจุบันเด็กๆ เยาวชน ไม่ค่อยจะรู้จัก ได้ลิ้มรสชาติ หรือพบเห็นเห็ดแครง ส่วนเรื่องของหัวเชื้อที่เป็นส่วนสำคัญนั้นได้ซื้อมา และก็นำมาเขี่ยเชื้อลงก้อนเพาะเห็ดเอง โดยนั่งทำกันภายในครอบครัว
"สำหรับเห็ดแครงหากนำมาปรุงอาหารนั้น จะสามารถนำมาปรุงได้หลากหลายประเภทอาหาร เช่น นำมาใส่แกงคั่ว ใส่แกงเขียวหวาน ผัดกับพริกไทยดำ นำมาคั่วกลิ้งกับเนื้อย่าง ผสมทอดไข่เจียว นำมาสับละเอียดผสมเครื่องแกงห่อใบตองนำมาหมกหรือย่างกลิ่นจะหอมน่ารับประทานมาก แม้แต่นำมาชุบแป้งทอดก็อร่อย เรียกได้ว่านำมาผสมดัดแปลงได้หลากหลายเมนู"
ทิพยาภา บอกอีกว่า จากการที่ได้ศึกษาค้นหาข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับเห็ดแครงและการเพาะเห็ดแครง ทำให้ทราบว่า มันมีชื่อเรียกกันตามท้องถิ่นแต่ละถิ่นหลายชื่อ อย่างที่รู้จักกันดีคือ เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก หากทางภาคเหนือเรียก เห็ดแก้น เห็ดตามอด ภาคใต้เรียก เห็ดยาง เพราะมักพบขึ้นตามซากต้นยางพารา ภาคกลางเรียก เห็ดม่วง เพราะพบขึ้นตามต้นมะม่วง เป็นต้น หากท่านใดสนใจจะทดลองหาซื้อมารับประทานก็สามารถติดต่อมาได้ที่ โทร.0-7455-6091 ติดต่อทิพยาภา
"ธรณิศวร์ พิรุณละออง"



