
รู้น้อยฉิบหาย เชื่อง่ายวิบัติ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงถึงพร้อมด้วยพระคุณ ๓ ประการ คือ
- พระปัญญาธิคุณ = ปัญญาที่ยอดเยี่ยมกว่าใครใคร
- พระมหากรุณาธิคุณ = เมตตาช่วยสัตว์โลกกว่าใครใคร
- พระบริสุทธิคุณ = มีศีลอันสะอาดหมดจดกว่าใครใคร
ในบรรดาพระคุณทั้ง ๓ ประการ เป็นทั้ง คุณสมบัติ (จริยวัตร), คุณวุฒิ (ความรุ), คุณภาพ (ทำได้จริงตามที่รู้), คุณประโยชน์ (มีชีวิตเสียสละ เพื่อผู้อื่น), คุณธรรม (เป็นเจ้าของคำสอนที่ผู้อื่นปฏิบัติแล้วได้ผลจริง) สำหรับปัญญา พระองค์ตรัสไว้ให้ตระหนักความสำคัญของปัญญา เช่น
นตฺถิ ปัญฺญา สมาอาภา = ไม่มีแสงสว่างใด สว่างไสวเท่า ปัญญา
ปญฺญา นรานํ รตนํ = ปัญญาเป็นแก้วสารพัดนึกของตนปัญญาในระดับรักษาตัว พัฒนา ยังไม่
นับว่าประเสริฐเท่าใด แต่ปัญญารักษาคนใต้ปกครอง การอำนวย ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แก่คนใต้ปกครอง เป็นปัญญาที่บ่งบอกภาวะผู้นำ
ผู้นำต้องมีองค์ประกอบภาวะอย่างน้อย ๖ ประการคือ ...
วิชา ฉลาด รอบรู้
ปัญญา เฉลียว รอบคอบ
ปฏิภาณ แฉลบ รอดภัย
ประสบการณ์ ผ่านสุข-ทุกข์ ทนทานต้านได้
ปณิธาน มีใจตั้งมั่น ทำเพื่ออะไร
ปฏิญาณ กล้าประกาศ ผู้ที่ยอมให้ตรวจสอบ
หากขาดทั้ง ๖ ประการนี้ อย่าพึงหมายที่จะเป็นผู้นำได้ หากนำได้ก็คือนำไปสู่ความล้มเหลว และความวิบัติ ใครก็ตามเมื่อประสงค์สร้างภาวะผู้นำ พึงตระหนักในคำพูดดังต่อไปนี้ว่า ... รู้น้อยฉิบหาย เชื่อง่ายวิบัติ...
เพื่อให้เห็นชัดเจนระหว่างผู้นำที่สมบูรณ์ด้วยภาวะ และผู้นำที่ขาดภาวะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเล่าอปัณณกชาดก ดังนี้ ...
ในอดีตกาลอันแสนนานเกินกว่าจะคำนวณด้วยปัจจุบันเวลาได้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดในตระกูลพ่อค้า อยู่ในเมืองพาราณสี ในย่านนั้นมีพ่อค้าอีกผู้หนึ่ง พ่อค้าทั้งสองค้าขายด้วยขบวนเกวียนผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่ละคนมีเกวียนไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ เล่ม ครั้นถึงฤดูเดินทางค้าขาย พ่อค้าทั้งสองจึงต้องทำการตกลงกันว่า ใครจะเดินทางก่อนหลัง พ่อค้าซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ถูกขอร้องให้เดินทางภายหลังเป็นระยะเวลา ๑ เดือน ..."สหาย...เส้นทางนี้เราขอไปก่อน คิดว่าคงไม่เอาเปรียบนะ"... พ่อค้าคนหนึ่งกล่าว
พ่อค้าพระโพธิสัตว์จึงพูดว่า..."ข้าพเจ้าสุดแล้วแต่ท่าน เราไม่ควรทะเลาะกัน ข้าพเจ้าก็คิดว่า จะไปทีหลังท่านอยู่เหมือนกัน เชิญท่านเดินทางก่อนเถิด"...
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



