ไลฟ์สไตล์

เปลี่ยนห้องพ่อคูณสวดค้ำโพธิ์หายป่วย

เปลี่ยนห้องพ่อคูณสวดค้ำโพธิ์หายป่วย

18 พ.ค. 2554

คณะแพทย์ปรับเปลี่ยนสภาพห้องพักผู้ป่วยหลวงพ่อคูณใหม่ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนอาการล่าสุดหลวงพ่อคูณดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 1 กิโลกรัม ขณะที่พระสงฆ์วัดบ้านไร่สวดมนต์ค้ำโพธิ์ให้หลวงพ่อคูณหายป่วยโดยเร็ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบ และมีน้ำในเยื่อหุ้มปอด เมื่อวันที่ 4 พ.ค. กระทั่งคณะแพทย์ได้ตรวจพบว่าหลวงพ่อคูณ ป่วยเป็นโรควัณโรคปอด และได้ให้ยารักษาวัณโรคมาแล้วเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งล่าสุดพบว่ายารักษาวัณโรคสูตรแรกที่ให้หลวงพ่อคูณ มีผลข้างเคียง เนื่องจากคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปกติที่ตับ ทำให้ต้องปรับยารักษาโดยทันทีตามที่ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.2554 ที่ผ่านมา ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
 
 ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ พร้อมด้วยคณะแพทย์ทีมรักษาพยาบาลหลวงพ่อคูณ ได้เข้าทำการตรวจอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ โดยมีการตรวจเช็คระบบร่างกายทุกส่วน ตั้งแต่ปฏิกิริยาความจำ ระบบสมอง กายภาพ สภาพร่างกาย และอาการวัณโรคที่ปอด

 ภายหลังการตรวจ นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า จากการผลตรวจพบว่า วันนี้หลวงพ่อคูณมีอาการดีขึ้น ระบบต่างๆของร่ายกาย อาทิการเต้นของชีพจรเฉลี่ยอยู่ที่ 87 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 114 / 62 มิลลิเมตรปรอท  แต่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 220 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากหลวงพ่อคูณมีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซึ่งโดยรวมอาการของหลวงพ่อคูณดีขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้หลวงพ่อคูณสามารถลุกขึ้นนั่ง ขยับร่างกาย  และยืนชั่งน้ำหนักได้แล้ว โดยล่าสุดน้ำหนักของหลวงพ่อคูณเช้าวันนี้อยู่ที่ 36 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า หลังจากการให้อาการเหลวผ่านทางสายยางลงสู่กระเพาะ ร่างกายของหลวงพ่อคูณมีการตอบสนองกับอาหารได้มากขึ้น จึงทำให้ร่างกายเริ่มที่เรี่ยวแรงขึ้น
 
 ส่วนอาการของวัณโรคนั้น วันนี้เป็นวันที่ 10 แล้ว ที่ทางคณะแพทย์ได้ทำการให้ยารักษาวัณโรค แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ยาวัณโรคสูตรเดิมมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดความผิดปกติที่บริเวณตับ จึงทำให้ทางคณะแพทย์ต้องทำการปรับยาใหม่ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2554 ที่ผ่านมา จึงทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ายาที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่จะเป็นยาที่ร่างงกายของหลวงพ่อคูณตอบสนองได้ดี ไม่มีผลข้างเคียง หรือทำให้อาการของหลวงพ่อคูณดีขึ้นได้ เนื่องจากต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 เดือน

 หลังจากนี้จึงจะแน่ใจได้ว่ายาสูตรนี้จะไม่มีผลข้างเคียงและใช้ในการรักษาได้ผล เพราะในช่วง 1 เดือนหลังจากการให้ยา อาจจะพบอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากยา รวมถึงจากตัวโรควัณโรคเอง ซึ่งในช่วงนี้หลวงพ่อคูณยังสามารถที่จะมีอาการทรุดลงจากประเด็นนี้ได้อีก ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นทางคณะแพทย์ก็จำเป็นที่จะต้องปรับยาใหม่อีกครั้งและต้องเฝ้าดูอาการและผลข้างเคียงเพิ่มอีกเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมา ส่วนอาการติดเชื้อและอักเสบที่ปอด รวมถึงน้ำในเยื่อหุ้มปอดวันนี้ยังคงทรงตัวอยู่ ส่วนการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณตับที่คาดว่าอาจจะเกิดจากผลข้างเคียงของการให้ยารักษาวัณโรคครั้งที่แล้ว วันพรุ่งนี้ทางคณะแพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อสรุปผลอีกครั้ง  นายแพทย์พินิจจัยฯ กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาภายในวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พระภิกษุสงฆ์จำนวน 9 รูปได้ร่วมกันประกอบพิธีสวดมนต์ค้ำโพธิ์เพื่อให้หลวงพ่อคูณหายจากอาการอาพาธและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยเร็ว ซึ่งระหว่างที่ภายในวัดบ้านไร่ประกอบพิธีสวดมนต์ค้ำโพธิ์นั้น ลูกศิษย์ใกล้ชิดได้นำโทรศัพท์มือถือไปให้หลวงพ่อคูณฟังขณะที่กำลังทำพิธีสวดมนต์ด้วย ซึ่งหลวงพ่อคูณได้ฟังโทรศัพท์อย่างตั้งใจ
และภายหลังเสร็จสิ้นพิธีหลวงพ่อคูณมีท่าทางแจ่มใสและพูดคุยกับลูกศิษย์อย่างอารมณ์ดี

 ขณะที่ วันนี้ (18 พ.ค. 54)  คณะแพทย์และลูกศิษย์ใกล้ชิดได้ช่วยกันปรับสภาพห้องพักผู้ป่วยของหลวงพ่อคูณใหม่ โดยได้นำโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เย็น และสิ่งของภายในห้องออกมาตั้งไว้บริเวณระเบียงหน้าห้องพัก หลังจากที่คณะแพทย์และลูกศิษย์ใกล้ชิดได้หารือกันและเห็นว่า สภาพห้องพักของหลวงพ่อคูณควรจะปลอดโปร่ง และอากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดเพียงไม่กี่คนดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อภายในห้อง ส่วนลูกศิษย์คนอื่นและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ให้ออกมานั่งบริเวณโต๊ะเก้าอี้ที่นำออกมาตั้งอยู่บริเวณระเบียงหน้าห้องพักเท่านั้นทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวหลวงพ่อคูณ

 นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อส่งสัญญาณภาพของหลวงพ่อคูณออกมาด้านหน้าห้องพัก เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ที่มาเฝ้าดูอาการได้ติดตามดูอาการของหลวงพ่อคูณอย่างใกล้ชิด แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้ใครเยี่ยมหลวงพ่อคูณในช่วงนี้ได้ เนื่องจากการหลวงพ่อคูณยังคงสามารถแพร่เชื้อวันโรคได้อยู่ในในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากนี้ รวมถึงยังสามารถติดเชื้อโรคได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวหลวงพ่อคูณเองรวมถึงคนอื่นๆ
 
 สำหรับอาการล่าสุดของหลวงพ่อคูณเริ่มดีขึ้นแล้ว อาการไอและมีเสมหะในลำคอลดลง แต่ยังมีอาการติดเชื้อที่ปอดทั้งสองข้างและยังมีน้ำอยู่ในเยื่อหุ้มปอด ระดับความดันและชีพจรปกติ สีหน้าสดชื่นขึ้น เริ่มแข็งแรงขึ้นเนื่องจากร่างกายรับอาหารเลวทางสายยางได้ดี ส่งผลให้น้ำหนักตัวของหลวงพ่อคูณเริ่มเพิ่มขึ้นมาแล้ว 1 กิโลกรัม จากเดิมน้ำหนักตัว 35 กิโลกรัม ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 36 กิโลกรัม ซึ่งการให้อาหารเหลวผ่านทางสายยางทางคณะแพทย์ระบุว่า หากหลวงพ่อคูณมีร่างกายแข็งแรงขึ้นต่อเนื่อง จะให้อาหารเหลวผ่านทางสายยางอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะให้หลวงพ่อคูณกลับมาฉันอาหารเองตามปกติ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอาการของหลวงพ่อคูณเองด้วยว่ามีความอยากที่จะฉันอาหารเองหรือไม่ หรือไม่มีอาการอื่นๆเข้ามาแทรกซ้อนในช่วงนี้