
บาป-อกุศล
พระพุทโธวาท หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า พระโอวาทปาฏิโมกข์ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงแก่พระภิกษุอริยสาวกในวันเพ็ญเดือน ๓ และได้ทรงแสดงในที่ประชุมสงฆ์ในกาลต่อมา เป็นเวลาถึง ๒๐ ปี มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาในพระรัตนตรัย ได้ศึกษาสั
โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ให้สามารถสลัดตนออกจากทุกข์ทั้งปวง และเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ดังที่พระอุปัชฌาย์อาจารย์ท่านได้แสดงแก่กุลบุตรผู้มาขอบรรพชาอุปสมบท ให้เข้าใจวัตถุประสงค์ แล้วให้เปล่งวาจาขอบรรพชาอุปสมบทต่อคณะสงฆ์ โดยมีพระอุปัชฌาย์เป็นประธานว่า “สพฺพทุกฺขนิสฺสรณนิพฺพานสจฺฉิกรณตฺถาย” ซึ่งมีความหมายว่า มาขอบวช “เพื่อสลัดตนออกจากทุกข์ทั้งปวง-เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง”
เป็นการสอนให้พระพุทธสาวกศึกษาสัมมาปฏิบัติศีล-สมาธิ-ปัญญา ให้เป็นไปเพื่อความเจริญและสันติสุข มิให้ประพฤติปฏิบัติไปในทางเสื่อม เป็นโทษ เป็นความทุกข์เดือดร้อน อย่างสูงสุด เพื่อให้ถึงความพ้นทุกข์และให้ถึงพระนิพพาน อันเป็นบรมสุขอย่างถาวรตามรอยบาทพระพุทธองค์ ดังจักได้อธิบายขยายความตามสมควรแก่เวลา ต่อไป
๑.สพฺพปาปสฺสอกรณํ : การไม่ประพฤติชั่วทั้งปวง
๒.กุสลสฺสูปสมฺปทา : การบำเพ็ญแต่ความดี
ความชั่ว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความทุจริต พระท่านเรียก "บาป-อกุศล" คือ ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี ทางกาย ทางวาจา และทางใจ คือ เจตนาความคิดอ่านทุจริต คิดมิชอบ เป็นสภาพธรรมที่ทำให้จิตใจขุ่นมัว เป็นความประพฤติที่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น อันมีผลให้ให้เป็นโทษ เป็นความทุกข์ เดือดร้อนเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือเกียรติคุณ-ความดี ของผู้อื่น และแม้แก่ทั้งตนเองทั้งในปัจจุบันภพ และทั้งในสัมปรายภพ คือ ในภพชาติต่อๆ ไปอีก
ความชั่ว หรือทุจริตทางกาย เรียกว่า กายทุจริต ความชั่วทางวาจา เรียกว่า วจีทุจริต และความชั่วทางใจ เรียก มโนทุจริต ความดี เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าความสุจริต พระท่านเรียกบุญ-กุศล คือ ความประพฤติที่ดีทางกาย ทางวาจา และทางใจ คือ เจตนาความคิดอ่านที่ดี ที่ชอบธรรม เป็นสภาพธรรมที่ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส อันให้ผลเป็นความเจริญและสันติสุขในชีวิตทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ทั้งในภพชาติปัจจุบันและทั้งในภพชาติต่อๆ ไป และถ้าเป็นความดีที่สูงยิ่งขึ้นไปถึงคุณธรรมนำให้พ้นโลก ก็ถึงความพ้นทุกข์ และเป็นบรมสุขอย่างถาวรตลอดไปได้
"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"



