ไลฟ์สไตล์

เรี่ยไรเรี่ยราด

เรี่ยไรเรี่ยราด

16 พ.ค. 2554

ได้เคยร่วมงาน "สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา" เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ณ ท้องสนามหลวงอยู่หลายปีต่อเนื่องกัน ในระยะแรกๆ รูปแบบการจัดงานค่อนข้างดี แต่ในระยะหลังเริ่มมีการตั้งจุดรับบริจาคกันมากขึ้น และมีการประกาศเรี่ยไรเงินตามเต็นท์ต่างๆ อย่างออกหน้าออกตา ราวก

การจัดงานแบบวัดวาอารามอย่างเราๆ นั้น ควรคำนึงถึงเรื่องเงินเป็นอันดับสุดท้าย เพราะเงินมักจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยซ้ำไป ด้วยว่า "เงินทองเป็นความเศร้าหมองของสมณะ" (พุทธภาษิต)

 การมุ่งเน้นเงินนำหน้า มักไม่เป็นผลประโยชน์ทางปัญญาแก่ผู้แสวงหาเงินแต่ประการใดเลย ในทางตรงข้าม การดำเนินปฏิปทาแห่งความยากจนนั่นต่างหากเล่า เป็นความสง่างามแห่งชีวิตสมณะ และพุทธบริษัททั้งหลาย

 ดูแต่พระพุทธเจ้าเถิด พระองค์ทรงสละทิ้งความมั่งมีไปสู่ความมีมั่งไม่มีมั่ง พระองค์ทรงทิ้งปราสาทราชวังไปสู่โคนต้นไม้ และพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ล้วนตรัสรู้โคนต้นไม้ ไม่มีตรัสรู้บนหอคอยงาช้างเลย

 พระสมัยปัจจุบันเดินสวนทางกับพระพุทธเจ้า คือเดินจากความยากจนไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย พยายามเหลือเกินที่จะแสวงหาลาภสักการะล้นหลาม และมองกันว่า นั่นคือความสำเร็จแห่งชีวิต ทั้งที่จริงแล้ว ความสำเร็จแห่งชีวิตนั้นคือการสำเร็จเป็นพระโสดาบัน สำเร็จเป็นพระสกทาคามี สำเร็จเป็นพระอนาคามี สำเร็จเป็นพระอรหันต์

 พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า "ทางแห่งการแสวงหาลาภกับเส้นทางแห่งพระนิพพานนั้น มิใช่เส้นทางเดียวกัน"

 อย่าว่าแต่ในศาสนาพุทธเลย แม้แต่ในศาสนาคริสต์ยังยืนยันว่า ศีลหลักของนักบวชคริสต์มีสามข้อ ๑.ความบริสุทธิ์ ๒.ความยากจน และ ๓.ความนบนอบ

 วัดวาอาราม ควรเป็นสถานวัดวาอารมณ์ ไม่ควรมีการประกาศเรี่ยไรจนเรี่ยราดให้เป็นที่น่ารำคาญ เหมือนขอทานยากเข็ญ

 พูดก็พูดเถอะ แม้แต่ขอทานบนสะพานลอยก็ไม่ได้ประกาศร้องอ้อนวอนขอเงินคนเดินผ่านไปมา ได้แต่นั่งเฝ้าภาชนะใส่เงินที่วางอยู่ตรงหน้าเพียงเท่านั้น

 ทุกวันนี้ การนำเงินใส่บาตรได้กลายเป็นเรื่องผิดที่ทำกันโดยทั่วไป จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะกลายเป็นไฝฝ้าราคีของพระพุทธศาสนาในเมืองไทยเราอย่างแน่นอนเป็นยิ่งนัก


ท่านจันทร์ www.prajan.com