ไลฟ์สไตล์

"การถูกละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องเลวร้าย"... ความ(ในใจ) จาก "ฤทธิพร อินสว่าง"

"การถูกละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องเลวร้าย"... ความ(ในใจ) จาก "ฤทธิพร อินสว่าง"

16 พ.ค. 2554

การถูกละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องเลวร้ายที่ผมต้องรับมือมาตั้งแต่อายุยังน้อย เพียงออกผลงานเพลงชุดแรกก็ถูกลักลอบทำซ้ำแบบเถื่อนและวางขายกันอย่างกลาดเกลื่อนทั่วประเทศแล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจนถึงวันนี้ที่ผ่านมากว่าครึ่งชีวิตในวงการเพลง

 ผมยังต้องรับมือกับการถูกละเมิดลิขสิทธิ์หลายรูปแบบ ทั้งละเมิดด้วยการผลิตเป็นซีดี และเอ็มพี 3 เถื่อน, นำเพลงที่ผมประพันธ์ไปบันทึกเสียงแบบเถื่อน หรือแม้แต่บุคคลและองค์กรที่มีภาพลักษณ์สวยงามในสังคมบางรายก็ยังนำเพลงของผมไปใช้แบบเถื่อนด้วยเช่นกัน

 ผมไม่อาจยอมรับการกระทำที่ไม่ถูกต้องนี้ แต่พยายามทำใจว่ามัน “เป็นเช่นนั้นเอง” และยังมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานเพลงต่อไป
 
 เมื่อหลายปีก่อนมีคนมาเล่าให้ฟังว่าเพลง “ใบไผ่” ของผมถูกนำไปใช้ในละครโทรทัศน์ ตอนที่ได้ฟังก็รู้สึกงงเล็กน้อยเพราะไม่เคยมีผู้ผลิตละครโทรทัศน์รายใดติดต่อขออนุญาตใช้เพลงนี้ ผมยังไม่เชื่อในคำบอกเล่าจนกระทั่งได้พบหลักฐานการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ชัดเจนจริงๆ ตั้งแต่นั้นมาจึงรู้ว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้เกิดจากน้ำมือของพวกนอกกฎหมายที่แอบกระทำอยู่ในมุมมืดของสังคมเท่านั้น

 แม้แต่คนในวงการโทรทัศน์ที่น่าจะยืนอยู่ข้างความถูกต้องดีงามก็มีการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน  

 ในเวลาต่อมามีผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งรายการบันเทิง รายการข่าว และรายการพิเศษที่จัดขึ้นในโอกาสสำคัญต่างๆ นำเพลง “กำลังใจ” ที่ขึ้นต้นเนื้อร้องว่า “ในยามที่ท้อแท้ ขอเพียงแค่คนหนึ่ง จะคิดถึงและคอยห่วงใย...” ที่ผมเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ออกอากาศกันเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการขออนุญาต บอกกล่าวและให้เครดิตในฐานะผู้ประพันธ์เพลงแต่อย่างใด

 การกระทำดังกล่าวนี้บั่นทอนความรู้สึกของผม อนาถใจที่เห็นว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงมากขึ้นในแวดวงผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อของผู้คนทั่วประเทศ

 ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงไม่น้อยกว่าความเสื่อมถอยทางปัญญาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

 การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้กับวงการเพลงและผู้สร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังได้สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย เมื่อถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกที่มีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์                                                                                                  
 พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือคนไทยกำลังถูกต่างชาติมองว่าเป็น “หัวขโมย” ที่ถนัดเรื่องฉกฉวยทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นนั่นเอง

 แต่ถึงกระนั้น ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จำนวนไม่น้อยที่ควรมีบทบาทสำคัญในการสร้างค่านิยมแห่งการเคารพสิทธิของผู้อื่นกลับเป็นฝ่ายละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับที่บรรดาผู้ผลิตซีดี และเอ็มพี3 เถื่อนกระทำอยู่ 

 ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่เพลงของผมถูกนำไปเผยแพร่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมในลักษณะ “ให้กำลังใจ” โดยเฉพาะการให้กำลังใจผู้ที่ประสบกับความทุกข์อย่างสาหัสจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย

 แต่การ “หยิบยื่น” กำลังใจให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยการ “หยิบฉวย” โดยไม่มีการขออนุญาตหรือบอกกล่าวให้ผู้ประพันธ์เพลงและเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับทราบ อีกทั้งไม่มีการให้เครดิตผู้ประพันธ์แต่อย่างใด ย่อมเป็นการกระทำที่น่าผิดหวังและถือเป็น “ภัยพิบัติทางจริยธรรม” อันเกิดจากความมักง่ายและเห็นแก่ตัวของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จำนวนไม่น้อยด้วยเช่นกัน

 ด้วยเหตุนี้ผมจึงเขียนบทความ(ในใจ)นี้...

 ด้านหนึ่งเพื่อสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ในช่วงเวลาที่ยาวนานเพื่อให้ท่านสื่อมวลชน เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงวรรณกรรม และนักคิดนักเขียนทั่วประเทศได้รับทราบ เผื่อว่าบางทีเรื่องราวของผมอาจนำไปใช้ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากมีท่านใดช่วยกระตุ้นจิตสำนึกผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการเคารพสิทธิของผู้อื่นและข้ามพ้นการทำงานแบบ “ขอไปที” เหมือนที่ผ่านๆ มา ก็ถือว่าได้ทำกิจอันเป็นกุศลไม่น้อยทีเดียว

 อีกด้านหนึ่งที่สำคัญคือผมได้ส่งงานเขียนนี้ไปถึงผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายรายที่ได้กระทำสิ่งที่น่าละอายไปแล้ว แต่จะช่วยให้ “ได้คิด” มากน้อยแค่ไหนนั้นผมคงไม่อยากคาดหวังอะไร 

 ไม่ใช่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ควรให้ค่าในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงาน และเคารพในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อให้เป็นนักแต่งเพลงที่ไม่มีใครในประเทศนี้รู้จัก ก็ควร “ค้อมหัวใจ” ให้เช่นกัน ถ้าหากว่าต้องการนำเพลงของเขาไปใช้ ให้เกิดประโยชน์จริงๆ

 การทำหนังสือขออนุญาตหรือบอกกล่าวด้วยวาจาและให้เครดิตผู้ประพันธ์เพลงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
 แล้วเหตุใดผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายรายการจึงไม่เลือกใช้วิธีที่ถูกต้องนี้

เพลง “ใบไผ่”

ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง เจ้าของลิขสิทธิ์: ฤทธิพร อินสว่าง                                                                                   
บันทึกเสียง เผยแพร่และจำหน่ายครั้งแรกในผลงานของฤทธิพร อินสว่าง                                                                       
*ศิลปินที่ขับร้องบันทึกเสียงเพลง “ใบไผ่” ในผลงานที่เผยแพร่และจำหน่ายโดยมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องในเวลาต่อมาคือ อี๊ด วงฟลาย, ไท ธนาวุฒิ, สุนารี ราชสีมา, วงสตาร์คอรัส, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ (ในนามศิลปิน “สหาย”), แฟ็บ เครือวัลย์ และผู้ขับร้องที่ไม่ระบุชื่อในผลงานของค่ายเพลง EVS   
                       
เพลง “กำลังใจ”
ประพันธ์เนื้อร้อง ทำนอง เจ้าของลิขสิทธิ์: ฤทธิพร อินสว่าง                                                                                         โฮป เป็นศิลปินวงแรกที่ขออนุญาตนำเพลง “กำลังใจ” ไปขับร้องบันทึกเสียงในผลงานที่เผยแพร่และจำหน่าย                  
*ศิลปินที่ขับร้องบันทึกเสียงเพลง “กำลังใจ” ในผลงานที่เผยแพร่และจำหน่ายโดยมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องในเวลาต่อมาคือ อี๊ด วงฟลาย, เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, อรวี สัจจานนท์, อรวรรณ เย็นพูนสุข, โดม มาร์ติน, สุนารี ราชสีมา, หนุ่มสกล, ศุ บุญเลี้ยง (ในนามศิลปิน “สหาย”), วงคู่รัก, คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู, โฮป แฟมิลี และผู้ขับร้องที่   ไม่ระบุชื่อในผลงานของค่ายเพลง EVS                                                                                                                                                           *นอกจากนี้ยังมีการขออนุญาตนำเพลง “กำลังใจ” ไปใช้ในการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินที่มีชื่อเสียง, ประกอบภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์ขนาดสั้น และภาพยนตร์โฆษณาอีกเป็นจำนวนมาก