ไลฟ์สไตล์

ทางรอดใหม่หลอดเลือดหัวใจตีบ

ทางรอดใหม่หลอดเลือดหัวใจตีบ

17 พ.ค. 2554

ปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทย อัตราการเกิดโรคหัวใจและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ใกล้เคียงกับกลุ่มประเทศโลกตะวันตก หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว

 ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ ขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตก
 อาการของโรคนี้ที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บแน่นหน้าอก หรือรัดแน่นที่หน้าอก จุกเสียดแน่นตรงกลางหน้าอก อึดอัด หายใจไม่สะดวก อาจมีอาการปวดร้าวไปที่ต้นคอ แขนซ้าย หรือกราม ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้  หน้ามืด เหงื่อออกมาก เหนื่อยง่าย ออกแรงมากไม่ได้ หรืออาการหอบเหนื่อยก็เป็นอาการที่พบได้บ่อย
 อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะต่อโรคหัวใจ แต่ถ้าหากมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพราะหากหลอดเลือดหัวใจตีบมาก อาการเหล่านี้จะรุนแรง เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันทำให้หัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหันได้
 การตรวจหลายวิธี ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลัง ตรวจภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ตรวจภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหัวใจ แต่ในกรณีที่มีอาการชัดเจน การตรวจโดยวิธีสวนหลอดเลือดหัวใจนี้ เป็นการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด และมีอัตราความสำเร็จมากถึงร้อยละ 99.99 เพราะแพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจได้  ทำการรักษาด้วยวิธีถ่างขยายหลอดเลือดที่อุดตันด้วยบอลลูนได้  โดยทั่วไปการสวนหลอดเลือดหัวใจจะทำผ่านหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบ แต่วิธีเดิมจะมีข้อจำกัดคือ ภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังจากที่ได้ทำหัตถการแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถลุกหรือขยับได้ และยังต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลอีก 1 คืน
 ปัจจุบัน มีการพัฒนาเทคนิคใหม่ โดยทำการสวนหัวใจผ่านทางข้อมือ นับเป็นความก้าวหน้าทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่อาจเข้ามาแทนที่การสวนหัวใจผ่านทางขาหนีบ  โดยวิธีการรักษาแบบใหม่นี้แพทย์จะทำการสวนเข้าทางข้อมือ ผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลเพียง 4-8 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาล และยังสามารถทราบผลการตรวจได้ทันที
 หากต้องทำการขยายหลอดเลือด ก็สามารถทำบอลลูนพร้อมใส่ขดลวดโดยสอดสายสวนเข้าทางข้อมือได้เมื่อคลำชีพจรแล้วแรงพอ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาผ่านหลอดเลือดแดงที่ขาพบว่า ได้ผลดีไม่แตกต่างกัน โดยสามารถทำบอลลูนผ่านเส้นเลือดบริเวณข้อมือได้ทั้ง 2 ข้าง แล้วแต่ความเหมาะสม และขนาดของเส้นเลือดของผู้ป่วย
 วิธีการนี้ จะทำให้ผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้หญิงที่มีปัญหาปัสสาวะลำบากที่ไม่สามารถนอนนานๆ ได้รับความสะดวกสบายระหว่างการตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลังการรักษาสามารถลุกนั่งหรือยืนได้ทันที และหากต้องรักษาด้วยการทำบอลลูนผ่านทางข้อมือ ก็ยังมีข้อดีกว่าผ่านทางขาหนีบคือ  ภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่จากการใส่สายสวนทำบอลลูน น้อยกว่าการสวนผ่านขาหนีบ เช่น หากมีเลือดออกบริเวณขาหนีบจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดโป่งพองและจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถงอขา หรือลุกเดินได้เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์  ไม่มีรอยเขียวช้ำที่บริเวณขาหนีบตรงรอยเจาะเลือด และ ระยะเวลาในการพักฟื้นสั้น
 อันตรายจากโรคหัวใจว่า มีความน่ากลัวใกล้ตัวกว่าที่คิด เมื่อรู้ถึงอันตรายและสาเหตุแล้วก็อย่านิ่งนอนใจ พยายามดูแลสุขภาพตนเอง ไม่สูบบุหรี่ เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งการป้องกันก็ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่ถ้าหากเป็นโรคหัวใจแล้วก็ควรรักษาโดยเร็ว เพราะความรู้และวิทยาการในปัจจุบันสามารถช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจได้อย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อหัวใจและสุขภาพจนสายเกินไป

นพ.ปัญเกียรติ โตพิพัฒน์
โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 0-2734-0000