ไลฟ์สไตล์

หูหนวก ประสาทหูเทียม ช่วยได้จริงหรือ

หูหนวก ประสาทหูเทียม ช่วยได้จริงหรือ

16 พ.ค. 2554

เคยเชื่อกันว่าคนที่หูหนวกมาแต่กำเนิดจะต้องสูญเสียการได้ยินไปตลอดชีวิต แต่วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และช่วยให้คนที่เคยสิ้นหวังทางการได้ยินกลับมามีชีวิตใหม่ได้ คือ “การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม หรือ Cochlear Implants”

 การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมมีวิวัฒนาการมา 30 ปี องค์การอาหารและยา (FDA) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้การยอมรับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในเด็ก เมื่อปี พ.ศ. 2533
 Cochlear Implant คือประสาทหูเทียม คล้ายๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถช่วยกระตุ้นประสาทการได้ยิน ทำให้การได้ยินดีขึ้น จึงทำให้การสนทนาโต้ตอบดีขึ้นด้วย ประสาทหูเทียมนี้ส่วนหนึ่งจะถูกผ่าตัดฝังไว้หลังหู ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่อีกส่วนหนึ่งอยู่ภายนอกมีรูปร่างคล้ายเครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู มองเห็นได้ชัดเจน เป็นส่วนรับเสียงจากภายนอก เพื่อส่งต่อไปยังตัวส่งไปสู่ประสาทที่ผ่าฝังไว้หลังหู
 ประสาทหูเทียม เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงแทนอวัยวะรับเสียง โดยเครื่องนี้จะเปลี่ยนสัญญาณเสียงแทนอวัยวะรับเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นประสาทรับเสียงต่อไปยังสมอง ซึ่งการเลียนแบบธรรมชาติอย่างนี้ทำให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงเหมือนคนปกติที่ใช้หูเป็นตัวรับเสียง
อุปกรณ์ประสาทหูเทียม ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่คือ
 -  ส่วนที่อยู่ภายในทำด้วยซิลิโคน และมีสายพร้อมอิเลคโตรด ที่จะสอดเข้าไปในกระดูกก้นหอยของหูชั้นใน
 - ส่วนที่สองเป็นแป้น จะถูกฝังอยู่ที่กะโหลกหลังใบหู คือตัวรีซีฟเวอร์สำหรับรับสัญญาณจากภายนอก และมีแม่เหล็กไว้ยึดติดกับส่วนภายนอก มีไมโครโฟนทำหน้าที่รับ-ส่ง เสียงมาที่โปรเซสเซอร์
 วิธีการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมนั้น จะต้องผ่าตัดกรอโพรงกระดูกมาสเตอร์ตอยด์ออก เพื่อเข้าไปสู่หูชั้นกลางให้เห็นหน้าต่างรูปกลม และส่วนนูนของหูชั้นใน (Promontary) เพื่อสอดสายอิเลคโตรดเข้าไปที่กระดูกก้นหอยในหูหอยในหูชั้นในแล้วตัวที่จะรับเสียงจะถูกฝังอยู่ในกะโหลกด้านหลังหู โดยใช้เวลาผ่าตัด 3 ชั่วโมง และต้องนอนรักษาตัวอยู่อีก 2-3 วัน ก็กลับบ้านได้
 หลังผ่าตัด 1 เดือน จะเปิดสวิตช์เครื่อง พร้อมกับปรับเสียงที่จะเข้าไปภายในหู ให้ได้ยินเสียงให้ดังพอดีไม่ดังเกินไป การปรับนี้จะปรับ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้เสียงชัดและพอเหมาะที่สุด จากนั้นจะต้องฝึกฟังฝึกหัดพูดไปเรื่อยๆ อีกประมาณ 1 ปี เด็กจึงจะสามารถฟังและพูดได้  
 สำหรับผู้ที่จะรับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมได้ ต้องเป็นผู้หูหนวกมาก หรือหนวกสนิททั้งสองข้าง จนใช้เครื่องช่วยฟังธรรมดาไม่ได้ผล อายุมากกว่าหนึ่งขวบขึ้นไป ที่สำคัญคือต้องไม่มีเงื่อนไขในความเสี่ยงของการผ่าตัด เช่น มีโรคอื่นๆ ด้วย
 อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจผ่าตัดต้องคำนึงว่า หลังการผ่าตัดใส่เครื่องประสาทหูเทียมแล้ว ส่วนมากจะได้ยินดีขึ้นจนฝึกพูดได้ แต่ต้องไม่คาดหวังประโยชน์เกินกว่าประสิทธิภาพของเครื่องว่า จะได้ยินเสมือนมีหูทิพย์ เพราะค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้มีค่อนข้างสูง ผู้ป่วยและญาติจึงมักตั้งความหวังไว้สูงสุด
 ในขณะที่การผ่าตัดประสาทหูเทียมก็มีความเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเหมือนการผ่าตัดอื่นๆ เช่น อาจมีอาการชาบริเวณแผลผ่าตัด ลิ้นชา ชาบริเวณใบหน้า ปวดคอ มึนงง  มีเสียงดังในหู ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราว และจะกลับมาเป็นปกติหลังจากแผลผ่าตัดหายสนิทแล้ว นอกจากนี้ ยังอาจพบน้ำในหูชั้นในรั่ว เกิดการเวียนหัว หรือถ้ากระทบ หรือใกล้ประสาทใบหน้า ผู้ป่วยอาจเกิดการกระตุกของใบหน้า ซึ่งสามารถแก้ไขได้
 ผู้ใส่ประสาทหูเทียมสามารถเข้าร่วมกิจกรรม หรือเล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังประสาทหูเทียม โดยเฉพาะในเด็กที่กะโหลกศีรษะบาง ต้องระวังการกระทบกระแทกศีรษะเป็นพิเศษ การดูแลรักษาเครื่อง ดูแลให้สะอาด ไม่ให้เปียกชื้น ชิ้นส่วนที่อยู่ภายนอกร่างกายสามารถเปลี่ยนและซ่อมได้
 เมื่อใส่เครื่องแปลงสัญญาณแล้ว การปรับเครื่องแปลงสัญญาณ (Mapping) ในเด็กอาจต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปผู้ปกครองจะต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็ก เพื่อให้เกิดความเคยชินในเวลาที่เด็กอยู่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้มีพัฒนาการที่เร็วขึ้น ตลอดจนมีแรงบันดาลใจที่จะพยายามสื่อสารจากเสียงที่ได้ยินใหม่ด้วย
 มีข้อควรระมัดระวังสำหรับคนที่ใส่ประสาทหูเทียม คือคนไข้จะเข้าไปในสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ได้ เช่น การผ่านเข้าเครื่องตรวจที่สนามบิน เด็กพวกนี้จึงต้องมีบัตรแสดงตัวว่าใส่ประสาทหูเทียม หรือจะทำการตรวจคลื่นแม่เหล็กเอ็มอาร์ไอ ก็ไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดคลื่นรบกวนในหัว เป็นต้น

ศ.พญ.สุจิตรา ประสานสุข 
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719