ไลฟ์สไตล์

พ่อคูณทรุดอีกยาวัณโรคส่งผลข้างเคียง

พ่อคูณทรุดอีกยาวัณโรคส่งผลข้างเคียง

15 พ.ค. 2554

หลวงพ่อคูณอาการทรุดอีก แพทย์ประจำตัวระบุเนื่องจากอาการของโรควัณโรคและผลข้างเคียงที่เกิดจากยารักษา จึงจำเป็นต้องให้อาหารเหลวผ่านทางสายยางที่สอดเข้าไปตามหลอดอาหารลงกระเพาะโดยตรง ล่าสุดสั่งเปลี่ยนตัวยารักษาใหม่แล้ว

 เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 54 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 โดยคณะแพทย์ได้ให้ยาวัณโรคกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วนั้น 

  ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. คณะแพทย์ได้ให้อาหารเหลวกับหลวงพ่อคูณ ทางสายยางขนาดเล็กผ่านช่องจมูกด้านขวาลงหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหาร หรือ เอ็นจีทิวส์  เป็นมื้อที่ 3 แล้ว หลังจากที่เมื่อวานนี้ ( 14 พ.ค.2554 ) ทางคณะแพทย์พบว่า หลวงพ่อคูณฉันอาหารได้น้อยกว่าปกติ และไม่ฉันอาหารมา 1-2 วันแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผลข้างเคียงของการให้ยารักษาโรควัณโรค ทำให้มีอาการเบื่ออาหาร แต่ทางคณะแพทย์ต้องการให้หลวงพ่อคูณได้รับอาหารอย่างต่อเนื่อง เพราะร่างกายของหลวงพ่อคูณค่อนข้างอ่อนแอ และมีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป ซึ่งหากไม่ให้อาหารด้วยวิธีนี้อาจจะทำให้อาการของหลวงพ่อคูณทรุดลงไปอีกได้

 ทางคณะแพทย์ได้เริ่มให้อาหารเหลวผ่านทางหลอดอาหารลงสู่กระเพาะแก่หลวงพ่อคูณมาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ ( 14 พ.ค.2554 ) เป็นมื้อแรก  นอกจากนี้ยังได้ให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ โดยใส่ที่บริเวณข้อเหนือเท้าซ้ายแทนที่แขน     เนื่องจากบริเวณที่เจาะเดิมคือที่แขนมีอาการอักเสบ โดยทางคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดยังคงขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนไม่ให้เผยแพร่ภาพของหลวงพ่อคูณขณะที่มีสายยางอาหารเหลวสอดเข้าหลอดอาหารผ่านทางจมูก เนื่องจากไม่อยากให้ศิษยานุศิษย์ที่ได้เห็นเกิดความวิตกกังวล 
 
 ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 พ.ค. คณะแพทย์ที่ให้การรักษาหลวงพ่อคูณ นำทีมโดยนายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ หัวหน้าคณะแพทย์ที่ให้การรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชายโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชฯ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ พร้อม นายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด รพ.มหาราชฯ ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณ โดยใช้เวลาตรวจประมาณ 10 นาที ทั้งนี้หลวงพ่อคูณยังคงนอนซมอยู่บนเตียง ในสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียอย่างมาก

 นพ.พินิจจัย นาคพันธุ์  แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ หัวหน้าคณะแพทย์ที่ให้การรักษา เปิดเผยว่า   อาการตอนนี้ในภาพรวมถือว่า หลวงพ่อคูณมีอาการแย่ลง  คือ ฉันภัตตาหารเองได้น้อย เนื่องจากอาการของโรควัณโรค และผลข้างเคียงที่เกิดจากยารักษา  จึงจำเป็นต้องให้อาหารเหลวผ่านทางสายยางที่สอดเข้าไปตามหลอดอาหารลงกระเพาะโดยตรง  ซึ่งผลการตอบสนองของหลวงพ่อคูณมาถึงตอนนี้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งทางคณะแพทย์ จะให้อาหารเหลวผ่านทางสายยางต่อไปจนกว่า หลวงพ่อคูณจะเริ่มมีความรู้สึกอยากอาหาร ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์   
   
 นอกจากนี้อาการที่น่าเป็นห่วงอีกอย่าง คือ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะแพทย์ได้เช็คเลือดผล  พบความผิดปกติที่ตับของหลวงพ่อคูณ และค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่าตับของหลวงพ่อคูณมีอาการอักเสบ   ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมาจากผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรค ที่ทางคณะแพทย์ให้อยู่  ดังนั้นคณะแพทย์จำเป็นต้องตัดสินใจปรับเปลี่ยนยาวัณโรคใหม่ทันที
 
 โดยการปรับเปลี่ยนก็เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์   ส่วนการรักษาอาการซึ่งความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นอะไรที่นอกเหนือจากที่เราคาดคิด เนื่องจากในห้วงนี้ยังอยู่ในช่วง 30 วันอันตราย ที่เป็นช่วงเริ่มตนในการให้ยารักษาวัณโรคที่อาจจะเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ทุกเมื่อ  เพราะท่านอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนทั้งจากตัววัณโรคปอดเอง จากยารักษาวัณโรคที่ให้ และตัวโรคของหลวงพ่อเองด้วย ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องหัวใจและทางสมอง โดยรวมเราต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
 
 "สำหรับยาเบาหวานยังคงให้เป็นครั้งเป็นคราวตามสถานการณ์ แต่ว่าเรื่องเบาหวานตอนนี้ยังไม่ได้เป็นปัญหาในการคอนโทนหรือควบคุม ทั้งนี้คณะแพทย์เราทุกคนทั้ง 5-6 คนมั่นใจว่ารับมือในการรักษาได้ "นพ.พินิจจัยกล่าว