ไลฟ์สไตล์

จาก"เซบู”ถึง"บอราคาย”ร่ำไรในดินแดนเจ็ดพันเกาะ

จาก"เซบู”ถึง"บอราคาย”ร่ำไรในดินแดนเจ็ดพันเกาะ

15 พ.ค. 2554

อยากอำลา มะนิลาด้วยบรรยากาศร่มรื่นสบายๆ เลยไปที่ สวนธารณะไรซัล สวนสาธารณะใหญ่ประจำเมืองมะนิลาแห่งนี้ พิเศษตรงที่มี อนุสาวรีย์ของ ดร.โฮเซ ไรซัล วีรบุรุษชาวตากาล็อก ผู้นำในการปลดแอกฟิลิปปินส์จากสเปนตั้งอยู่ ความที่เขาเป็นคนที่มีความสนใจใฝ่รู้ทุกเรื่อง และถู

 การต่อต้านสเปนของเขาเริ่มแสดงออกโดยการเขียนหนังสือและบทความลงในหนังสือพิมพ์ และมีอิทธิพลต่อชาวฟิลิปปินส์อย่างมาก ในที่สุดเขาก็ถูกจับกุมตัวและถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า แต่เขาไม่ได้ตายฟรีเพราะหลังจาการเสียชีวิตของเขา ประชาชนชาวฟิลิปปินส์ก็พากันลุกฮือขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากสเปน ในที่สุดสเปนเริ่มต้านทานพลังประชาชนไม่ไหว ท้ายสุดฟิลิปปินส์ก็ได้รับชัยชนะสิ้นสุดการปกครองอันยาวนานของสเปนบนแผ่นดินตากาล็อกนานกว่า 300 ปี

สวนนี้ยังมีความน่าสนใจอีกหลายอย่าง เพราะยังเคยเป็นสถานที่ที่ฟิลิปปินส์เคยใช้ประกาศอิสรภาพจากอเมริกาเมื่อปี 1941 อีกด้วย อาจจะมากมายไปด้วยเรื่องราว หากแต่ในวันนี้ที่นี่คือสวนอันรื่นรมย์ที่ยามเย็นย่ำไปจนถึงค่ำคืน ผู้คนจะออกมานั่งฟังเพลงและชมน้ำพุหลากสีที่เต้นระบำเข้ากับเสียงเพลงอย่างเพลินอารมณ์

จากมะนิลาเราให้เรือบินของสายการบินเซบู แปซิฟิก แอร์ (0-26937888) พาไปหย่อนลงที่ เกาะบอราคาย เห็นเป็นเกาะเล็กๆ แบบนี้ แต่มีที่พักให้เลือกไม่ใช่น้อย ผลจากการคลิกเข้าไปเซอร์เวย์ในเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.co.th) ปรากฏว่าเฉพาะที่ ไวท์บีช ก็มีมากกว่า 50 แห่งแล้ว แต่เราเลือกพักกันที่ Boracay Regency Beach Resort เรือนพักริมชายหาดอันแสนสวยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้เราสารพัดอย่าง ใครเบื่อทะเล จะเล่นน้ำในสระน้ำของโรงแรมก็น่าสนุกไม่ใช่น้อย เฉพาะในโรงแรมเขามีสระน้ำ 3-4 จุด หรือใครจะเล่นกิจกรรมทางน้ำเขาก็มีอุปกรณ์ต่างๆ ให้ หรือถ้าเล่นน้ำจนเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ก็มีสปาเอาไว้ให้นวดคลายเส้นด้วยนะคะ แถมยังมีห้องอาหารริมทะเลเอาไว้ให้นั่งกินทั้งข้าวปลาอาหารแกล้มกับบรรยากาศด้วย

สำรวจโรงแรมเสร็จสรรพเลยออกไปสำรวจเกาะบอราคายกันต่อ แล้วก็พบว่าเป็นอย่างที่เกลอชาวตากาล็อกบอกไว้จริงๆ ที่นี่คลาคล่ำไปด้วยนักเดินทาง โดยเฉพาะพวกชาวฟิลิปปินส์เองเขาก็นิยมมาท่องเที่ยวกันที่นี่ ไม่ว่าจะไปซอกซอยไหนแถวไวท์บีชก็เลยแน่นไปด้วยผู้คน
อาจจะละลานตาไปด้วยผู้คน แต่ถ้าคุณดั้นด้นมาที่นี่เพื่อตั้งใจมาดื่มกินแสงแดดและน้ำทะเลสีจัดจ้าน รับรองว่าไม่ผิดหวัง บอราคายเสิร์ฟแสงแดดอันเผ็ดร้อนให้คุณได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ถูกใจคนหิวแดดเป็นที่สุด

แต่ถ้าอยากมาพักผ่อนบนชายหาดที่เงียบสงบ ก็เลี่ยงไวท์บีชไปสิงสถิตอยู่ที่หาดอื่นที่มีอยู่รายรอบเกาะถึง 7 หาด ตามข้อมูลบอกไว้อย่างนั้น และเพราะอยากรู้ว่าหาดอื่นจะอารมณ์ไหน เงียบสงบ วังเวง หรือโรแมนซ์ เลยลงทุนเช่ารถสามล้อเครื่องซึ่งเป็นพาหนะหลักประจำเกาะไปที่ หาดบูลาบอค อีกหาดหนึ่งที่ชาวเกาะแนะว่าสงบกว่าไวท์บีชเยอะ

หาดบูลาบอคเป็นหาดไม่ยาวเท่าไวท์บีช และยังเป็นชายหาดที่แคบกว่าด้วย แต่สำหรับผู้ที่นิยมเล่นกีฬาทางน้ำ ชายหาดนี้คือสวรรค์ของพวกเขาเลยล่ะ จะเห็นว่าทั้งไคท์เซิร์ฟ วินด์เซิร์ฟ คนเล่นกันแน่นทะเลไปหมด ถึงขั้นว่าใครจะเข้าคอร์สเรียน ต้องมาหาที่เรียนกันบนหาดบูลาบอค ว่ากันว่า นี่คือหาดที่ดีที่สุดในเอเชียสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำ

บอราคายแรกรู้จัก อาจจะเป็นสัมพันธภาพอันฉาบฉวย ฟ้าครามน้ำใสแบบนี้ มันต้องพาชีวิตมาหมกตัวอยู่แถวนี้ซักอาทิตย์ถึงจะคุ้ม ขลุกอยู่กับหนังสือเล่มโปรด เกลือกกลิ้งปิ้งตัวให้สาแก่ใจ เย็นๆ ไปเดินกรีดกรายช็อปปิ้งแถวไวท์บีช นี่แหละชีวิตที่รื่นรมย์บนเกาะบอราคาย 
จากเกาะบอราคายเรายังพึ่งพาสายการบินเซบู แปซิฟิก แอร์ไปเที่ยวกันต่อที่ เกาะเซบู อีกเกาะหนึ่งของฟิลิปปินส์ที่หลายคนบอกว่าคุ้นหูกว่าบอราคายตั้งเยอะ
เขาบอกเซบูเป็นเกาะใหญ่ ก่อนออกเดินทางเลยไม่ประมาท คลิกเข้าไปหาเรือนพักในเว็บไซต์อโกดาตั้งแต่ตัวอยู่เกาะบอราคาย ในที่สุดก็เลือก Marco Polo Plaza Cebu ที่อยู่ไม่ไกลจากย่านเมืองเก่า   เรื่องชัยภูมิโรงแรมนี้ถือว่าเลิศมาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเนินสูง มองเห็นตัวเมืองเซบูได้ทั้งเมืองแบบสบายๆ

เซบูเป็นเกาะที่ทำให้ฉันนึกถึงกีตาร์เป็นอย่างแรก ความที่เกาะนี้โด่งดังเรื่องนี้มาก เป็นอันรู้กันว่าเขาผลิตกีตาร์ส่งออกไปขายต่างประเทศ ผลิตเงินเปโซให้ฟิลิปปินส์ได้ปีละไม่ใช่น้อย

แน่นอนพอไปถึงเกาะเซบู เลยพุ่งไปหาโรงงานผลิตกีตาร์ก่อน เพราะอยากเห็นกระบวนการผลิตของเขาว่าเด็ดยังไง พูดจริงๆ คือไม่เคยแวะเวียนไปโรงงานกีตาร์ที่ไหนมาก่อน เลยไม่รู้ว่าช่างทำกีตาร์โรงงานอื่นเขามีแพทเทิร์นการทำกีตาร์ยังไง แต่โรงงานแถวนี้ช่างเขาคัดกันเอาจริงเอาจังมาก ฝ่ายคนซื้อก็มีพวกตั้งใจมาซื้ออย่างจริงจัง

คอกีตาร์ที่อยากได้กีตาร์ดีมีคุณภาพ แถมราคาไม่ทำร้ายจิตใจมาหาซื้อได้ที่เกาะเซบู 

เกาะเซบูยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกหลายจุดที่นักท่องเที่ยวแห่แหนไปเที่ยวชมกัน  ไม่ว่าจะเป็นป้อมซานเปโดร ไม้กางเขนแมคเจลลัน โบสถ์ซานโต นินโย รวมถึงพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของฟิลิปปินส์และเกาะเซบู นับตั้งแต่ช่วงที่สเปนเดินเรือเข้ามาเจอเกาะแห่งนี้เข้าตั้งแต่ปี 1521 จนถึงช่วงที่เข้ามาครอบครองดินแดนแถบนี้
นอกจากมะนิลา เกาะเซบูจึงเป็นอีกมุมหนึ่งของฟิลิปปินส์ที่ช่วยขยายภาพในอดีตและปะติดปะต่อภาพประวัติศาสตร์หน้าต่างๆ ของดินแดนเจ็ดพันเกาะได้เป็นอย่างดี

เป็นอีกเที่ยวหนึ่งที่รู้สึกว่า จากเซบูไปบอราคายเป็นการเดินทางที่อยากร่ำไรไปเรื่อย รอบนี้อาจร้อนรนไปหน่อย รอบหน้าจะร่ำไรให้สมอยาก

กาญจนา หงษ์ทอง