
นศ.สื่อไทยมีเสรีนำเสนอแต่ไร้จริยธรรม
ตัวแทนนักศึกษาสะท้อนมุมมองสื่อไทยมีเสรีนำเสนอเพียบแต่กลับไร้จริยธรรม นำเสนอเนื้อหา ภาษา รุนแรง ผิดเพี้ยน วธ. จับมือ สมาพันธ์วิชาชีพวิทยุฯ เร่งเชิญผู้ประกอบการ ถกจัดเรตติ้ง ด้าน รองคณบดีนิเทศฯ ศรีปทุม เผยงานวิจัยรั้วอุดมทั่วประเทศ พบมีเพียง 2แห่งที่ให้ความ
(12 พ.ค.) สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุมวิชาการ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์โดย น.ส. ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการประชุมครั้งนี้ มีตัวแทนนิสิต นักศึกษา มาสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สื่อในสังคมปัจจุบัน พบประเด็นที่น่าสนใจ คือ
นักศึกษาส่วนใหญ่มองว่า ขณะนี้ สื่อทุกแขนง ได้รับอิสระ เสรีภาพในการนำเสนอ แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบทางด้านลบ คือ การที่เนื้อหาการนำเสนอมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น มีประเด็นชู้สาวเกิดขึ้น โดยเฉพาะในแง่การนำเสนอสื่อบันเทิง ทำให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีด้านเพศ การใช้ภาษาที่รุนแรง รวมทั้งใช้ภาษาที่ผิดเพี้ยน โดย บางคำสะกดผิด แต่กลายเป็นว่าใช้จนชินคิดว่าเป็นคำถูกไปแล้ว
น.ส. ลัดดา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังเห็นว่าทางผู้ผลิตเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าคิดถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เห็นได้จากละครหลายๆ เรื่อง ที่ไม่เหมาะสม แม้ว่า เนื้อหา ภาษา บทประพันธ์จะดี แต่พฤติกรรมของตัวละครไม่เหมาะสมมาก เมื่อเด็กและเยาวชนที่ไม่มีวุฒิภาวะชม ก็อาจจะต้องการมีพฤติกรรมเหมือนตัวละครนั้นๆ เช่น ละครเรื่องดอกส้มสีทอง ผู้ชมจะจำภาพว่าเรยาเป็นแอร์สาวสวย มีผู้ชายมาชอบมาก ต้องการใครก็จะพยายามทำให้ได้มา
และถ้าเด็กดู ก็จะมีความคิดว่าอยากเป็นเหมือนนางเอกในละคร ซึ่งถือว่าน่ากังวลมาก ทั้งนี้ตัวแทนนักศึกษาได้เสนอให้มีกลไกที่สำคัญใน การจัดระดับความเหมาะสมของสื่อที่เคร่งครัด รวมทั้งให้ผู้ปกครองให้คำอธิบายกับเด็กเมื่อชมภาพยนตร์ด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนความคืบหน้าในการจัดเวทีกลางในการหารือเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องการจัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ใหม่นั้น ขณะนี้ได้ตนได้หารือร่วมกับนางจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ในการประสานไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เพื่อมาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อจัดทำเรตติ้งใหม่แล้ว
ผศ.ดร. วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อสังคมมาก ก่อให้เกิดการเลียนแบบ ค่านิยมที่ไม่ดีได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้เด็กและเยาวชนสามารถรู้ทันสื่อให้มากขึ้น ซึ่งจากการที่ตนได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า 170 แห่ง พบประเด็นที่น่าตกใจคือ มี มหาวิทยาลัยเพียง 2 แห่งเท่านั้น ที่มีการเปิดสอนเกี่ยวกับการให้ความรู้นักศึกษาเท่าทันสื่อ ได้แก่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ในขณะที่ประเทศไทย ได้ขยายฐานการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์มากขึ้น แต่กลับไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้เท่าทันสื่อ แต่อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการสอนให้มีความรู้เท่าทันสื่อควรจะมีการสร้างขึ้นตั้งแต่เด็กและบูรณาการเข้าไปกับการเรียนได้ทุกวิชา ให้เด็กมีวิจารณญาณและมีภูมิคุ้มกัน ในการชม ที่สำคัญนักศึกษานิเทศศาสตร์ ก็ควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับสื่อให้มากด้วย เพราะเป็นผู้ผลิตสื่อเอง มีการปรุงแต่ง มีการเพิ่มค่านิยมในสิ่งที่เจ้าของเงินทุนต้องการ ตามกลไกทางธุรกิจ



