ไลฟ์สไตล์

"เอเฟท" ดึงสหกรณ์การเกษตร
สร้างความเชื่อมั่นด้าน"ราคา"

"เอเฟท" ดึงสหกรณ์การเกษตร สร้างความเชื่อมั่นด้าน"ราคา"

13 พ.ค. 2554

การนำระบบ "ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า" มาใช้กับเครือข่ายสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรนั้นที่ปัจจุบันมีกว่า 4,361 สหกรณ์ทั่วประเทศ และมีสมาชิกรวมกว่า 6,116,121 ราย จึงเป็นอีกช่องทางการตลาดในการระบายสินค้าสหกรณ์ได้เพิ่มขึ้น

 "สหกรณ์การเกษตรเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สามารถจะมาใช้ประโยชน์จากเอเฟท แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสหกรณ์นั้นๆ ด้วย โดยเฉพาะผู้บริหาร หรือผู้จัดการสหกรณ์ จะต้องรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะการกระจายสินค้าของสหกรณ์ต่อไปไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้น ต้องรวมตลาดต่างประเทศด้วย อย่างวันนี้ก็มีหลายสหกรณ์ที่ทำการค้าโดยตรงกับตลาดต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะมีความพร้อมทั้งบุคลากรและตัวสินค้า แต่อาจมีปัญหาในเรื่องราคาขายที่ไม่สมเหตุผล เนื่องจากขาดข้อมูลด้านราคาในอนาคต"

      ประสาท เกศวพิทักษ์ ประธานกรรมการตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(AFET) เผยต่อว่าเหตุ "เอเฟท" เน้นไปที่กลุ่มสหกรณ์การเกษตรมากขึ้น ก็เพราะว่ากลุ่มสหกรณ์การเกษตรซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันอย่างเป็นระบบของเกษตรกรนั้นเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มกันลักษณะนี้ นอกจากจะเพิ่มศักยภาพทางการผลิตแล้วยังสามารถสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าในการขายสินค้าของตนได้

  "เอเฟทคาดหวังว่าในเบื้องต้นกลุ่มสหกรณ์สามารถเข้ามาใช้ราคาสินค้าเกษตรในเอเฟท ซึ่งเป็นแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในอนาคต ไปใช้เป็นข้อมูลมาวางแผนการผลิต การเพาะปลูก ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้ โดยกลุ่มสหกรณ์ที่มีศักยภาพและมีความพร้อม  สามารถเข้ามาเลือกเสนอราคาขายสินค้าไว้ล่วงหน้าตามต้นทุนในราคาที่ตนพอใจ เพื่อไม่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของราคา ทำให้เกิดความมั่นใจในการวางแผนการผลิต อีกทั้งน่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในด้านราคาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ลดอัตราเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรโดยรวมลงได้" 

 ประสาท ระบุอีกว่าสำหรับการซื้อขายผ่านเอเฟทนั้น จะสะท้อนราคาสินค้าเกษตรไปตามกลไกตลาดของสินค้านั้นๆ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานของสินค้าที่กำหนดซื้อขายในเอเฟท ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเอเฟท ตระหนักดีถึงความสำคัญของสหกรณ์การเกษตรและประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากการกลไกการซื้อขายล่วงหน้าในเอเฟท จึงได้มีการเผยแพร่ความเข้าใจต่อกลุ่มสหกรณ์การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง   

          ขณะที่ รุ่งอรุณ สุจริตา ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวหอมมะลิรายใหญ่ในแถบอีสานใต้ มองว่าเอเฟทแม้จะมีความสำคัญในเรื่องราคาที่สามารถกำหนดได้แน่นอน แต่ปัญหาขณะนี้ก็คือผลผลิตข้าวที่รับซื้อจากสมาชิกในแต่ละปียังไม่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ปัจจุบันสหกรณ์รับซื้อข้าวหอมมะลิจากสมาชิกสหกรณ์ในเครือข่ายประมาณ 4,000 ตันต่อปี แต่ก็ยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ

    "ลูกค้าบางรายบอกว่ามีเท่าไหร่ซื้อหมด บางรายก็ขอออเดอร์เพิ่ม เพียงแต่เราก็ไม่มีสินค้าให้เขา เพราะผลผลิตแต่ละปีมีแค่นี้ ในอนาคตไม่แน่ ถ้ามีปริมาณของผลผลิตเพิ่มขึ้น กลุ่มก็มองว่าอาจจะเข้าไปสู่ในตลาดเอเฟทนี้ด้วย"ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์คนเดิมยืนยัน

          ตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) จึงนับเป็นอีกทางเลือกของสหกรณ์เกษตรในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่แน่นอนและเป็นธรรม อีกทั้งยังสามารถล่วงรู้ราคาล่วงหน้าได้ ส่งผลให้สมาชิกมีโอกาสได้เตรียมการวางแผนการตลาดและการผลิต ตลอดจนการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้นด้วย

"สุรัตน์ อัตตะ"