
แนะผู้ประกันตนโอนใช้บัตรทองแนะตั้งกก.เท่าเทียม2กองทุน
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ ร่วมกับตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 9 ด้าน ประกอบด้วย
ผู้ใช้แรงงาน เด็กและเยาวชน สตรี คนพิการ เกษตรกร ชนกลุ่มน้อย ชุมชนแออัด ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุ แถลงจุดยืนเรื่อง “นโยบายสาธารณะด้านหลักประกันสุขภาพที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ” ขอเรียกร้องให้สปส.หากไม่มีความชำนาญ และไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพ ก็ควรมอบหน้าที่นี้ให้แก่คนที่เป็นมืออาชีพบริหารดีกว่า แต่หากไม่ได้จริงๆ กรณีการรักษาพยาบาลก็ควรให้มีความเท่าเทียมทั้งสองกองทุน คือ บัตรทองและประกันสังคม โดยอาจตั้งคณะกรรมการควบคุมมาตรฐานเดียวกันขึ้นมา เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ประเด็นสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองควรให้ความสำคัญในระดับต้นๆ โดยเฉพาะการรักษาที่เท่าเทียม และมีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันไม่มี เห็นได้ชัดจากผู้ประกันตนทำไมยังต้องจ่ายเงินสมทบ ทั้งๆที่ควรนำเงินที่จ่ายส่วนนี้ไปพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น บำนาญชราภาพ
นายอนันต์ เมืองมูลไชย รองประธานมูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอฝากถึงพรรคการเมืองทุกพรรคให้ใส่ใจประเด็นสุขภาพของประชาชน ดูจากรัฐบาลที่เพิ่งยุบสภาไปก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเหมือนที่เคยพูด เห็นได้จาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการบริการสาธารณสุข พ.ศ.... ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยรับปากจะเดินหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เครือข่ายอยู่ระหว่างหารือกับภาคประชาชนส่วนต่างๆ ในการจัดเวทีเสวนาเรื่อง การเมืองภาคพลเมือง : วาระรัฐสวัสดิการของประเทศไทย ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ และจะนำข้อสรุปเสนอต่อพรรคการเมือง
นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของเอ็นจีโอที่จะให้ผู้ประกันตนโอนเข้าไปอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้นคงต้องไปถามผู้ประกันตน 9 ล้านคนว่ายินดีจะโอนไปเข้าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือไม่ จะมาถามสปส.ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเงินประกันสังคมและจัดสวัสดิการรักษาพยาบาลคงตอบแทนผู้ประกันไม่ได้ ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลของระบบประกันสังคมกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีมาตรฐานเดียวกันนั้น ตนไม่มีความเห็นเรื่องนี้เพราะสปส.และสปสช.ต่างก็ทำหน้าที่ของตนเอง



