
แพทย์งดใช้ยาละลายเสมหะพ่อคูณ
คณะแพทย์สั่งงดยาพ่นขยายหลอดลมและละลายเสมหะแล้ว หลัง อาการไอและเสมหะลดน้อยลง แต่ต้องยังคงให้ยารักษาวัณโรคตามปกติ คาด 1 เดือนแรกหลังรับยาถึงปลอดภัย พร้อมเผยภาวะทางอารมณ์ของหลวงพ่อคูณเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการรักษา
(11 พ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมาซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมาว่า
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน (11 พ.ค.) อาการล่าสุดหลวงพ่อคูณโดยรวมยังทรงตัว สามารถฉันภัตตาหารได้พอสมควร พร้อมทั้งได้สั่งงดยาพ้นขยายหลอดลมและละลายเสมหะให้แก่หลวงพ่อคูณ เนื่องอาการไอและเสมหะในลำคอเริ่มลดลงแต่อาการติดเชื้อและน้ำในเยื่อหุ้มปอดยังคงมีอยู่ซึ่งจนถึงขณะนี้คณะแพทย์ได้ให้ยารักษาวัณโรคแก่หลวงพ่อคูณมาเป็นระยะเวลา5 วันแล้ว แต่ยังไม่พบผลข้างเคียงจากการให้ยาและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ และคณะแพทย์ได้ให้หลวงพ่อคูณทำการกายภาพบำบัดโดยการยกแขนและขาทั้ง2 ข้าง ซึ่งหลวงพ่อคูณสามารถยกแขนและขาทั้ง 2 ข้าง ได้เอง โดยภาพรวมคณะแพทย์จึงยังพอใจกับผลการรักษา
นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดและระบบหัวใจ รพ.มหาราชนครราชสา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ได้เปิดเผยภายหลังจากตรวจอาการหลวงพ่อคูณว่า อาการโดยรวมยังคงทรงตัวและยังไม่พบผลข้างเคียงจากการให้ยารักษาวัณโรค และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่คณะแพทย์ยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะผ่านพ้นช่วง 1 เดือนแรกของการให้ยารักษาวัณโรคและหากพ้นช่วงระยะเวลาดังกล่าวคณะแพทย์ถึงจะสบายใจ
ทั้งนี้ภาวะทางอารมณ์ของหลวงพ่อเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการรักษาซึ่งคณะแพทย์พยายามบอกให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดพูดเรื่องที่หลวงพ่อฟังแล้วสบายใจให้กับหลวงพ่อฟังและก็ไม่ควรนำเรื่องที่ไม่สบายใจมารบกวนหลวงพ่ออย่างไรก็ตามคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้ปรึกษาการรักษากับคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดีตลอดเวลาเพื่อให้การรักษาที่ดีที่สุดกับหลวงพ่อคูณ
ด้านนายแพทย์อนุชิต นิยมปัทมะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด รพ.มหาราช กล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำในปอดของหลวงพ่อคูณ ขณะนี้ยังคงมีปริมาณเท่าเดิม โดยทั่วไปในการรักษาวัณโรคปอดจะดีขึ้นภายใน 1-2 เดือน โดยจะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ในการรักษาหลวงพ่อคูณที่ได้รับยารักษาวัณโรคปอด 5 วันนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะดีขึ้นหรือว่าแย่ลง
แต่โดยทั่วไปยังไม่พบอาการแทรกซ้อนที่อันตรายแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นอาการตับอักเสบ อาการอ่อนเพลียมากกว่าปัจจุบัน เสมหะก็ลดน้อยลงและฉันอาหารได้มากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อคูณมีอาการที่ยังคงทรงตัวเหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่หากจะสามารถบอกได้ว่าจะดีขึ้นหรือไม่นั้นจะต้องผ่านการรักษาไปประมาณ 1-2 เดือนก่อนจึงจะสามารถตอบได้ว่าดีขึ้นหรือไม่ เพราะการรักษาวัณโรคจะต้องใช้ระยะเวลานานถึง 6-9 เดือน
โดยในภาพรวมจะการตรวจหลวงพ่อคูณ ไม่พบการแพร่กระจายของวัณโรคในตัวหลวงพ่อคูณแต่อย่างใด พบเพียงในปอดและในเยื้อหุ้มปอดเพียงแห่งเดียว แต่อย่างไรก็ตามทางคณะแพทย์จะต้องติดตามอาการของหลวงพ่อคูณอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะหลังที่หลวงพ่อคูณได้รับยารักษาวัณโรคผ่านไป 2 สัปดาห์ คณะแพทย์ก็จะนำหลวงพ่อคูณมาเอ็กซเรย์ดูที่ปอดอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่าระบบภายในของหลวงพ่อคูณตอบสนองกับการรับยาเหมือนกับสภาพร่างกายภายนอกเท่าไร



