ไลฟ์สไตล์

ผ่ารถมังกรกับแผนแหวกม่านแดนสยาม

ผ่ารถมังกรกับแผนแหวกม่านแดนสยาม

19 เม.ย. 2552

ในงานบางกอกมอเตอร์ โชว์ ที่เพิ่งจบไปรถยนต์จากแดนมังกร 3 ยี่ห้อ จัดกิจกรรมออกบูธ ได้แก่ รถ เฌอรี่ (Cherry) จากจีนโดย จำหน่ายโดยบริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัดกับรถยนต์อู่หลิง(WULING) รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กและรถยนต์โพร์ลาซัน (POLARSUN) รถ

เพื่อการพาณิชย์เช่นกันแต่เป็นรถที่มีขนาดใหญ่กว่าอู่หลิงนี่เป็นบททดสอบแรกๆ ของยานยนต์ จากจีน  เพื่อชี้ว่าอนาคต รถจีนจะมีบทบาท ในตลาดเอเซียโดยเฉพาะในไทยได้มากน้อยเพียงไร

 รถจีนอย่างเณอรี่ นั้นได้รับความสนใจสูงสุดเพราะว่ามีครบไลน์แต่สินค้ารถยนต์ไม่ได้สร้างการยอมรับในวันเดียวงนั้น แผนของ "เฌอรี่" ในช่วง 2-3 ปีแรกคือ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักพร้อมกับภาพลักษณ์สินค้าคุณภาพดี ส่วนหนึ่งเพื่อแก้ภาพ สินค้าจีนที่มักเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ ไม่มีความคงทนและบางส่วนไม่คำนึงถึงอันตราย  ของผู้ใช้ทางด้านการตลาด "เณอรี่" เจาะกลุ่มครอบครัวในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย (Good quality at affordable price) แผนการตลาดในประเทศไทยช่วงแรกเฌอรี่ เปิดตัว รถรถ 3 รุ่น คือ 1.รถยนต์ขนาดเล็ก รุ่น คิวคิว (QQ) อีโคคาร์ที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ที่เปิดราคาเริ่มต้น 3.795 แสนบาท ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 4.225 แสนบาทในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์เบนซิน 1,100 ซีซี67 แรงม้า2. รุ่นทิกโก้ (Tiggo) รถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสเอวี (SAV) ขนาด5 ที่นั่ง และ 3. รุ่นครอส (Cross) รถยนต์อเนกประสงค์ หรือเอ็มพีวี (MPV) ขนาด7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์สำหรับครอบ

รถจีนไม่ได้3-4 ยี่ห้อในเมืองไทย  ยังมีรถยี่ห้อ  ดีเอฟเอ็ม มินิทรัค ที่ไม่ได้เข้าไปแสดง รถในงานโชว์ และรถยี่ห้อ  จีลี่ (Geely)   มีกำลังจะ เปิดขาย โดยจีลี่นั้น เปิดตัวรถในไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วแต่ยังไม่ได้รับจอง

รายงานข่าวจากยนตรกิจคอร์ปอเรชั่น   ผู้ถือลิขสิทธิ์ แบรนด์ จีลี่ (Geely) บอกว่าสาเหตุที่ จีลี่ ยังไม่ได้เปิดขาย เพราาะ ถึงวันนี้การเจรจากับบริษัทแม่เรื่องสเปกรถที่จะนำเข้ามาไม่ลงตัวหากเจรจาเรื่องรายละเอียดแล้วเสร็จจะสามารถ เปิดตัว จีลี่ ซีเค (CK) อย่างเป็นทางการช่วงเดือนมิถุนายนนี้

จีลี่จะนำเข้า ชุดคิต แบบเฉพาะชิ้นส่วนหลักๆ แล้วมาประกอบต่อโดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ตามกรอบเขตการค้าเสรี เพื่อเสียภาษีนำเข้า 5% ดังนั้นจึงมีรายละเอียดทางเทคนิคซับซ้อนมากทำให้การตกลงต้องใช้เวลาพอสมควร

ในเรื่องของความน่าเชื่อถือด้าน คุณภาพรถมาเลเซียเหนือกว่าจีนเล็กน้อย  รถมาเลเซีย เป็นรถที่แข่งขันกันโดยตรงกับ รถจีน ที่ทำราคาต่ำ กว่ารถ ญี่ปุ่น  รถมาเลเซียคือ รถโปรตอนและรถนาซ่า ทำราคาได้ต่ำทั้งที่เป็นรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันหรือซีบียู (CBU) นั่นก็เพราะรถมาเลเซียนั้นได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของประชาคมอาเซียนหรืออาฟต้า(AFTA) ที่มีการปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์เหลือเพียง5% เท่านั้นแต่ในส่วนรถยนต์นั่งจากจีน นั้นต้องเสียภาษีรถยนต์นำเข้าตามโครงสร้างภาษีศุลกากร ที่คิดอัตราภาษีแบบขั้นบันไดตามขนาดกำลังเครื่องยนต์หรือปริมาตรกระบอกสูบ ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ รถจีนยังสามารถทำราคาขายได้ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับรถมาเลเซีย และรถไทยทั้งที่แบกภาระภาษีนำเข้ารถยนต์ซีบียูไว้ด้วย

นี่แสดงให้เห็นว่าต้นทุน ของรถ จีนนั้นต่ำมาก

รถจีนจึงมีกลยุทธ์"ราคา"  เป็นอาวุธ แม้ว่าผู้ขายจะปฏิเสธอย่างไรว่ารถ ไม่แข่งราคาและมี คุณภาพดี ไม่ดั้มราคา แต่ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ตลาดเป็นคนกำหนด  รถจีนยังไม่สามารถก้าวข้ามรถมาเลเซียไปได้ รถมาเลเซียก็ยังต้องเป็นรองรถเกาหลี แน่นอน รถเกาหลี ยังเป็นรองรถญี่ปุ่นในขณะที่รถญี่ปุ่น ยังไม่เท่าเทียมรถเยอรมัน ดังนั้น  รถหน้าใหม่จากจีนในตลาดไทย จึงต้อง สร้างความน่าเชื่อถือ แสดงเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เห็นและแสดงประสิทธิ์ภาพ ความคงทนให้เป็นที่เชื่อถือ ซึ่งถือว่าเป็นศึกหนัก อย่างแท้จริงหากจีนอยากจะแทรกตลาดไทย