ไลฟ์สไตล์

สุดยอดสารสกัด"บอระเพ็ดพุงช้าง"
ทำเป็นเวชสำอางที่ไม่เหมือนใคร

สุดยอดสารสกัด"บอระเพ็ดพุงช้าง" ทำเป็นเวชสำอางที่ไม่เหมือนใคร

12 พ.ค. 2554

ในยุคที่เริ่มหวาดผวาภัยที่เกิดจากสารเคมีนั้น ดูเหมือนว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากสุมนไพรทั้งที่เป็นในรูปแบบของอาหารและของใช้ส่วนตัวได้รับความสนใจและตอบสนองจากผู้ใช้เป็นอย่างดี

 ส่งผลให้ทั้งภาคเอกชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงหน่วยงานของรัฐต่างให้ความสำคัญต่อพัฒนาวิจัยพืชสมุนไพร เพื่อมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อย่างล่าสุดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากบอระเพ็ดพุงช้าง” ทั้งสบู่และเจลสำหรับล้างหน้า น้ำยาและมาส์กสำหรับแต้มสิว น้ำยาบ้วนปากเข้มข้น ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมในการต้านอักเสบ ต้านออกซิเดชั่น ช่วยขจัดแบคทีเรียที่ก่อสิวและแบคทีเรียในช่องปาก
 
 ที่มาของผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากบอระเพ็ดพุงช้างที่ว่านี้ เกษมศรี หอมชื่น ผู้ว่าการ วว. บอกว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว.ได้ทำการวิจัยและพัฒนาสารสกัดจากหัวบอระเพ็ดพุงช้าง (Stephania suberosa Forman) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของประเทศไทยจนประสบผลสำเร็จ คือพบว่ามีมีฤทธิ์ต้านอักเสบเทียบเท่ากับสารมาตรฐานเฟนิลบิวตาโซน โดยสารดังกล่าวเป็นสารที่ไม่ก่อความระคายเคือง ไม่ก่อการแพ้ ไม่เป็นพิษเฉียบพลันเมื่อให้ปริมาณสูงในสัตว์ทดลอง และมีฤทธิ์ในการต้านจุลินทรีย์หลายชนิด รวมทั้งจุลินทรีย์ก่อสิวและยีสต์ จึงมีประสิทธิภาพดีในการลดการอักเสบจากการติดเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวหนังและในช่องปาก  

 จากนั้นทาง วว.นำสารสกัดดังกล่าวต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางสำหรับรักษาสิวและทำความสะอาดช่องปาก ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สบู่และเจลสำหรับล้างหน้า น้ำยาและมาส์กสำหรับแต้มสิว รวมทั้งน้ำยาบ้วนปากเข้มข้น ขณะนี้พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากบอระเพ็ดพุงช้างให้ผู้ประกอบการนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์

 “ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากบอระเพ็ดพุงช้าง เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ทั้งในด้านสารสกัดสมุนไพรไทยที่ออกฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์และต้านอักเสบ ผลิตภัณฑ์มีความคงตัวดี สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 2 ปี จากการที่เราศึกษาและทดลองตลาด พบว่าผู้บริโภคพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ทั้งในรูปลักษณ์ที่ใช้ได้อย่างสะดวก สีและกลิ่นเป็นที่ยอมรับ ตอนนี้ วว.ได้จดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคเอกชนผลิตจำหน่าย คาดว่าจะช่วยลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากต่างประเทศได้” ผู้ว่าการ วว.กล่าวอย่างมั่นใจ

 ด้าน ภญ.ดร.บุปผาชาติ พตด้วง นักวิชาการฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากบอระเพ็ดพุงช้าง ที่ได้พัฒนาขึ้นมีทั้งสิ้น 5 ผลิตภัณฑ์ คือเจลล้างหน้าสูตรรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ผิวสดใส เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งและผิวธรรมดา ลดการเกิดสิวได้ดี ไม่ระคายเคืองและมีฤทธิ์ต้านอักเสบ ต้านแบคทีเรียก่อสิว ต้านออกซิเดชั่น ต้านเอนไซม์สร้างเม็ดสีเมลานิน

 สบู่ใสล้างหน้า เป็นสบู่ที่ให้ฟองละเอียด ทำความสะอาด ไม่ระคายเคือง ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ช่วยป้องกันการเกิดสิวจากสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนและแบคทีเรียก่อสิว, น้ำยาแต้มสิว ใช้แต้มบริเวณเป็นสิว อาการสิวจะลดลงชัดเจนใน 12-24 ชั่วโมง,มาส์กแต้มสิว จากสารสกัดหัวบอระเพ็ดพุงช้าง ใช้แต้มหัวสิวทิ้งไว้ค้างคืน จะช่วยให้สิวแห้งเร็ว ลดอาการสิวอักเสบลุกลาม, น้ำยาบ้วนปากเข้มข้น ช่วยลดการอักเสบในช่องปาก และช่วยขจัดแบคทีเรียหลายชนิด รวมทั้งเชื้อแคนดิดา ใช้ 1 หยดผสมน้ำกลั้วปาก 1 นาที แล้วบ้วนน้ำ 2-3 ครั้ง หรือใช้วิธีฉีดใส่ปาก 1 หยด แล้วจึงเติมน้ำใส่ปากและกลั้วปาก 1 นาที จากนั้นบ้วนน้ำอีก 2-3 ครั้ง

 สนใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โทร.0-2-577-9108, 0-2577-9126 หรือที่ www.tistr.or.th