
งดจ่าย...ไม่เสี่ยงรังสี
ผมเป็นข้าราชการสังกัดกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตำแหน่งนักวิชาการศุลกากร (เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศุลกากรเดิม) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบตู้สินค้าโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ ประจำอยู่ตามสำนักงานศุลกากร และด่านศุลกากรในจังหวัดต่างๆ
เดิมทีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานกับเครื่องเอกซเรย์ จะได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกรมศุลกากรที่ 8/2550 แต่ปัจจุบันกรมศุลกากรไม่ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนตามระเบียบนี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว ทั้งที่เจ้าหน้าที่ทำเรื่องเบิกเงินนี้ทุกเดือน แต่ไม่ทราบว่า ติดขัดอยู่ที่หน่วยงานใด ไม่ทำเรื่องเบิกจ่ายให้
ตอนนี้ยังได้ทราบข่าวมาว่าจะมีการแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินค่าตอบแทนนี้ใหม่ ให้มีจำนวนน้อยลง อีกทั้งยังมีผลย้อนหลังไปถึงเงินที่ยังไม่ได้จ่ายด้วย ซึ่งข้าราชการเห็นว่าไม่ถูกต้องหากมีผลย้อนหลังไปถึงเงินที่ยังไม่ได้จ่าย เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงจะทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับเงินน้อยลง
อยากทราบว่าจะได้รับเงินค่าตอบแทนนี้เมื่อไร หากได้รับเงินค่าตอบแทนที่ค้างจ่ายแล้ว กรมจะแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินค่าตอบแทนใหม่อย่างไร ก็แล้วแต่ผู้มีอำนาจ
ข้าราชการ / กรมศุลกากร
ตอบ
กองการเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ชี้แจงว่า เงินตอบแทนพิเศษผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีเอกซเรย์ ในปีแรกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังอนุญาตให้หักเงินจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานจ่ายตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพียงปีเดียว จากนั้นจะขอความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางอีกครั้ง โดยจะขอใช้เงินงบประมาณจ่ายเป็นเงินประจำตำแหน่งให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งที่มีความเสี่ยงภัย หรือปฏิบัติงานในสถานที่ที่ไม่อภิรมย์
เนื่องจากกรมศุลกากรใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้เดือนละ 10,000 บาทต่อคน ซึ่งในแต่ละปีกรมศุลกากรจัดเก็บรายได้น้อยลง อีกทั้ง ในส่วนของการเอกซเรย์สินค้า ก็ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
กรมศุลกากรจึงได้ประสานไปยัง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อขอใช้เงินงบประมาณ จากนั้นได้มีการส่งตัวแทนของกรมศุลกากร ก.พ. กรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือคลองเตย เพื่อตรวจสอบลักษณะการทำงานว่ามีความเสี่ยงภัยอันตรายหรือไม่ และดูข้อมูลที่ผ่านมาของกรมศุลกากรว่า มีเจ้าหน้าที่เคยได้รับรังสีหรือไม่ สรุปจากข้อมูลสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ ปรากฏว่า ไม่มีประวัติการรั่วไหลของรังสีเอกซเรย์ ไม่มีความเสี่ยง และระบบการทำงานของเครื่องเอกซเรย์มีมาตรฐานความปลอดภัย
ก.พ.จึงมีหนังสือแจ้งกลับกรมศุลกากรว่า ลักษณะการทำงานไม่มีความเสี่ยงภัย ไม่สามารถใช้เงินงบประมาณจ่ายเป็นเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งนี้ได้
กรมศุลกากรจึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานในพื้นที่ให้รับทราบว่าจะไม่มีการจ่ายเงินตอบแทนในส่วนนี้แล้ว แต่ก็ได้มีการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษนี้อีกประมาณ 6 เดือน โดยใช้เงินสวัสดิการของกรมศุลกากรเอง เมื่อครบ 6 เดือนก็งดจ่าย
นายไชยทัต นิวาศะบุตร หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีการควบคุมทางศุลกากร ชี้แจงว่า ระบบเอกซเรย์ใช้แบบกระแสไฟฟ้าแรงสูงในการกำเนิดพลังเอ็กซ์ไม่ได้ใช้ก้อนแร่ จึงไม่มีความเสี่ยงรังสีรั่วไหลหรือตกค้างภายในเครื่องเอกซเรย์ กอปรกับพื้นที่ในการปฏิบัติงานลักษณะเป็นอุโมงค์มีกำแพงและประตูเหล็กปิดกั้นซึ่งมีความหนามาก ผู้ปฏิบัติงานไม่อยู่ในพื้นที่เอกซเรย์ แต่อยู่ในห้องควบคุม มีกล้องวงจรปิด สามารถสั่งการจากห้องควบคุมได้ และไม่มีเหตุที่จะทำให้รังสีรั่วไหลออกมาได้
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติภายในรถเอกซเรย์ที่ต้องยิงรังสีออกจากตัวรถไปยังฝั่งตรงข้ามบริเวณวัตถุ ก็ต้องกั้นพื้นที่ที่มีการเอกซเรย์ให้อยู่ในระยะปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ต้องจะปฏิบัติตามขั้นตอนและคู่มือการทำงานอย่างเคร่งครัด
เจ้าหน้าที่เอกซเรย์จะมีเครื่องวัดรังสีเอ็กซ์ติดตัวไว้ตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่ และจะส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบอีกครั้งว่ามีรังสีตกข้างในร่างกายหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยตรวจพบว่ามีรังสีตกข้างที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีการควบคุมทางศุลกากร บอกว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการกรมศุลกากรเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ พิจารณาว่าจะนำเงินทุนสนับสนุนภารกิจของกรมที่ใช้ในการลงทุนด้านเทคโนโลยีต่างๆ มาจ่ายเป็นค่าตอบแทนพิเศษนี้ แต่จะแก้ไขคำสั่งเดิมที่จ่ายให้คนละ 1 หมื่นบาท ลดเหลือ 5,000 บาท และจะจ่ายให้อีกแค่ 2 ปีเท่านั้น คาดว่าน่าจะไม่เกินเดือนมิถุนายนนี้
ลุงแจ่ม



