
โพลล์ชี้เปิดเทอมสะพัด4.7หมื่นล.โอดสินค้าแพงขึ้น-คนรายได้น้อยพึ่งโรงรับจำนำ
โพลล์หอการค้าสำรวจการใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม คาดเงินสะพัดเกือบ 4.7 หมื่นล้าน สินค้าแพงขึ้นผู้ปกครอง 37% มีเงินไม่เพียงพอจับจ่าย ต้องพึ่งโรงรับจำนำและเงินกู้ทั้งใน-นอกระบบ ชี้ส่วนใหญ่พึงพอใจนโยบายเรียนฟรีของรัฐบาล ฝากพัฒนาระบบการศึกษาให้ทัดเทียมกัน
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม จำนวน 1,183 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ 82.4% ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายเรียนฟรีของรัฐบาล แต่ยังคงมีปัญหาในเรื่องของสินค้าที่มีราคาแพงขึ้น มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมคนละ 6,939 บาท ซึ่งมีผลทำให้ช่วงเปิดเทอมจะมีเงินสะพัดอยู่ที่ 46,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.4% โดยประชาชน 37.24% มีเงินไม่เพียงพอกับรายจ่าย และแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการจำนำทรัพย์สิน 25.7% กู้เงินในระบบ 24.5% และกู้เงินนอกระบบ 21.0%
อย่างไรก็ตาม จากนโยบายเรียนฟรีของรัฐบาลประชาชนพอใจโดยให้คะแนน 8.9 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 แต่ยังคงต้องการให้รัฐบาลพัฒนาระบบการศึกษาและมาตรฐานของสถาบันการศึกษาในประเทศให้ทัดเทียมกัน
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนที่ใช้นโยบายเรียนฟรีกว่า 74% ได้รับค่าเทอมฟรี และประมาณ 80% ที่ได้รับชุดนักเรียนฟรี 1 ชุดและค่าหนังสือ แต่ยังพบว่าประชาชนกว่า 21% ยังมีค่าใช้จ่ายในการเสียค่าบำรุงพิเศษ หรือค่าแป๊ะเจี๊ยะเฉลี่ยรายละ 8,325 บาท ซึ่งประชาชนกว่า 37% ยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ ทำให้ต้องพึ่งโรงรับจำนำและกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบ
"ปัญหาที่พบในช่วงเปิดเทอมปีนี้คือ สินค้ามีราคาแพงขึ้น มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย และมีหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่า ในช่วงเปิดเทอมปีนี้จะมีเงินสะพัดกว่า 46,979 ล้านบาท เนื่องจากข้าวของแพงขึ้นแต่ยังถือว่าประชาชนยังระมัดระวังในการใช้จ่าย" นายธนวรรธน์กล่าว
สำหรับผลการสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายในช่วงวันวิสาขบูชาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่กว่า 77% จะเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน มีการใช้จ่ายในการทำบุญเฉลี่ยรายละ 396 บาท โดยคาดว่าในช่วงวันวิสาขบูชาจะมีเงินสะพัดกว่า 15,287 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้ในการทำบุญทางศาสนากว่า 9,911 ล้านบาท
นายธนวรรธน์กล่าวด้วยว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมองว่าในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้เศรษฐกิจมีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งหากไม่มีการก่อการร้าย ราคาน้ำมันตลาดโลกไม่น่าจะเกิน 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มีเงินสะพัดจากช่วงเปิดเทอมและวันวิสาขบูชา 6.2 หมื่นล้านบาท และช่วงเลือกตั้งจะมีเงินจากการรณรงค์เลือกตั้งอีกกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท ทำให้คาดว่าไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจจะเติบโต 3.7% ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้ 4.4%



