ไลฟ์สไตล์

หญิงบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับชาย

หญิงบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับชาย

11 พ.ค. 2554

ในสมัยพุทธกาล ไม่นิยมในการที่ผู้หญิงจะออกบวช วัฒนธรรมของอินเดีย ผู้หญิงจะหลุดพ้นได้เพียงอย่างเดียวคือ การที่ภักดีต่อสามี นี่คือทีท่าของอินเดียโบราณ

 เพราะฉะนั้น การที่ผู้หญิงจะขอบวชในสมัยพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงจำเป็นที่จะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ การลังเลพระทัย การปฏิเสธสามครั้งแรก จึงเป็นช่วงที่พระองค์พิจารณาดูความเหมาะสม สมควรหรือไม่ที่จะให้ผู้หญิงออกบวช

 ในท้ายที่สุด พระอานนท์รับสั่งถามว่า ผู้หญิงผู้ชายมีศักยภาพในการเข้าถึงธรรมเช่นเดียวกันหรือไม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า ทั้งผู้หญิงผู้ชายมีศักยภาพในการเข้าถึงธรรม ในการบรรลุธรรม เช่นเดียวกัน

 สาระข้อนี้ เป็นสาระที่สำคัญยิ่งในพุทธศาสนา เพราะไม่มีศาสนาอื่นก่อนหน้านี้ที่กล้าจะรับรองความสามารถของหญิงชายทัดเทียมกันเช่นนี้ หมายความว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแรกในโลกที่เปิดประตูของการเข้าสู่อิสรภาพทางจิตวิญญาณว่า ไม่ได้จำกัดโดย เพศ สีผิว หรือ วรรณะ

 คุณโยมคงจำได้ว่า ก่อนหน้านี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกเลิกวรรณะซึ่งเป็นโครงสร้างทางสังคมที่สำคัญของวัฒนธรรมอินเดียไปแล้ว ทรงยกเลิกความแตกต่างทางวรรณะ ทรงยกเลิกความแตกต่างทางเชื้อชาติวรรณะสีผิวและเพศ

 นี่เป็นจุดสำคัญของพุทธศาสนา ที่ทำให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาโลก ไม่ใช่เป็นศาสนาที่จำกัดอยู่เฉพาะในดินแดนอินเดียเท่านั้น อันนี้คือความงดงาม เป็นประกายที่ทำให้พุทธศาสนาเจิดจรัสอยู่ในโลกของศาสนาแห่งโลก  

 เมื่อเราจับประเด็นตรงนี้ได้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานอนุญาตให้ผู้หญิงบวช เพราะผู้หญิงสามารถบรรลุธรรมได้เช่นเดียวกับผู้ชาย เสร็จแล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงมอบหมายว่า พุทธศาสนานี้ต่อไปในอนาคตจะเสื่อมหรือจะเจริญ มอบหมายเอาไว้ให้ขึ้นอยู่กับการดูแล การปฏิบัติของพุทธบริษัท ๔ อันได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

 ทรงรับสั่งด้วยว่า ต่อไปพระศาสนาจะเสื่อม เมื่อ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไม่เคารพยำเกรงในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่เคารพยำเกรงในสิกาและสมาธิ

 อีกแห่งหนึ่งรับสั่งด้วยว่า พุทธศาสนาที่ท่านเรียกว่าพระสัจธรรม ในต่อไปในอนาคตข้างหน้าพระสัจธรรมจะเสื่อมเมื่อพุทธบริษัท ๔ ไม่เคารพซึ่งกันและกัน

 ตอนนี้อาตมาจะนำคุณโยมมาถึงประเด็นในปัจจุบัน ที่เราถกเถียงกันว่า ควรจะมีภิกษุณีหรือไม่ โดยพระธรรมวินัยที่วางเอาไว้โดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธบิดรนั้น สมควรอย่างยิ่งที่จะให้มีภิกษุณีเกิดขึ้น เพื่อเป็นไปตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานอนุญาต ไว้วางใจให้เราสี่คนสี่กลุ่ม ช่วยกันดูแลสืบสานพระศาสนา ความพยายามของผู้หญิงที่จะก้าวเข้ามาอยู่ในเรื่องราวของพระศาสนา เป็นพระภิกษุณีสงฆ์ก็เป็นไปตามพุทธประสงค์ทุกประการ

"ธัมมนันทา"
www.thaibhikkhunis.org