ไลฟ์สไตล์

แพทย์แถลงหลวงพ่อคูณรักษาหายขาดได้

แพทย์แถลงหลวงพ่อคูณรักษาหายขาดได้

09 พ.ค. 2554

ทีมแพทย์แถลงอาการป่วยหลวงพ่อคูณรักษาหายขาดได้ แต่ต้องใช้เวลา ชี้ยังไม่ต้องผ่าตัด หวั่นผลข้างเคียงจากยา เฝ้าดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 พ.ค. ที่ห้องประชุมนครชัย ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายสมศักดิ์  ปะริสุทโธ เหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อม นพ.ธีรพล  โตพันธานนท์ ผอ.รพ.มหาราชนครราชสีมา ,นพ.พินิศจัย  นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบหลอดเลือด และหัวใจ และแพทย์ประจำตัว พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และ นพ.อนุชิต  นิยมปัทมะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบการทำงานของปอด ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าและผลการรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ หลังจากที่คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้มีการประสานงานปรึกษากับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด จาก รพ.ศิริราช และรพ.รามาธิบดี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา

 ทีมแพทย์แถลงว่า มีผลวินิจฉัยตรงกันว่าหลวงพ่อคูณ  เป็นภาวะวัณโรคปอดในระยะแรกเริ่ม ที่ปอดด้านซ้ายส่วนบนและปอดด้านขวาส่วนล่าง ส่งผลให้เกิดน้ำในเยื้อหุ้มปอดและในช่องปอด ซึ่งภาวะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหลายขนานอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน ในระยะ 1 เดือนแรกในการรักษาเป็นช่วงที่จำเป็นต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงของยาประกอบกับ หลวงพ่อคูณ ยังต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ คณะแพทย์จึงลงความเห็นให้หลวงพ่อคูณ ฯ นอนพักรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 เดือน

 นพ.ธีรพล เปิดเผยว่า หลังจากคณะแพทย์ได้ร่วมกันถวายการรักษา เป็นเวลา 5 วันที่ผ่านมา ผลการวินิจฉัยอาการต่างๆ ก็เข้าข่ายเป็นวัณโรคปอด ซึ่งคณะแพทย์ได้ให้การรักษาโดยให้หลวงพ่อคูณฯ ฉันแล้วเมื่อวันที่ 7 พค.ที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าวัณโรคปอดที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อคูณ ฯ นั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร

 คาดการณ์ว่าหลังจากที่หลวงพ่อคูณ ฯ ฉันยารักษาวัณโรค 2 สัปดาห์ เชื้อวัณโรคส่วนใหญ่จะหมดไป อาการจะเริ่มดีขึ้น จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อ หรือแพร่เชื้อได้อีก แต่แพทย์ก็คงต้องให้หลวงพ่อ ฯ ฉันยาต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้เชื้อหมดไปอย่างเด็ดขาด ระหว่างนี้แพทย์ต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หากหลวงพ่อ ฯ มีอาการแทรกซ้อน อาจต้องทำการรักษาติดต่อกันถึง 2 ปี ขณะนี้หลวงพ่อคูณ ฯ มีโรคประจำตัวหลายโรค คือ เบาหวาน โรคหัวใจ เคยมีอาการเลือดออกในสมอง จึงเป็นอุปสรรคต่อการถวายการรักษาด้วยยารักษาวัณโรค เพราะต้องมีการถวายยาหลายขนานพร้อมๆ กัน ซึ่งเราก็ได้วางแผนในการให้ยา เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายหลวงพ่อ ฯ น้อยที่สุด สำหรับลูกศิษญ์ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ ฯ ทางแพทย์ก็ได้ให้คำแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของมาตรการป้องกันเชื้อโรคอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

 ด้าน นพ.พินิศจัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ ที่เป็นห่วงอาการอาพาธของหลวงพ่อ ฯ ได้ทราบ และเข้าใจว่า วัณโรคปอดสามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อได้รับการรักษาภายใน 2 สัปดาห์จะหยุดแพร่เชื้อ สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่มีอาการลักษณะนี้ จะตรวจสอบวินิจฉัยและให้ยากลับไปรักษาที่บ้าน แต่หลวงพ่อคูณ ฯ แพทย์ต้องถวายการรักษาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหลวงพ่อ ฯ อายุมากแล้ว ประกอบกับมีโรคประจำตัวหลายโรค เพื่อความไม่ประมาท คณะแพทย์จะนิมนต์ให้หลวงพ่อคูณ ฯ พักรักษาที่โรงพยาบาล ฯ อย่างน้อย 1 เดือน ที่จะต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยาที่รักษาอย่างใกล้ชิด ณ วันนี้ ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้ายไปรักษาที่อื่น

  นพ.อนุชิต เปิดเผยว่า ปัจจุยของการวินิจฉัยที่ระบุว่าเป็นวัณโรคปอด นั้นคือ 1.อาการที่มีลักษณะที่คล้ายคลึง และเข้าข่ายเป็นวัณโรค หลวงพ่อคูณ ฯ น้ำหนักตัวลดลง จาก 39 กก. เหลือเพียง 35 กก. มีไข้ต่ำๆ ปอดสามารถติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากหลวงพ่อ ฯ มีภาวะถุงลมโป่งปอดร่วมด้วย 2.ผลข้อมูลภาพเอ็กซเรย์ทรวงอก 3.ผลพิสูจน์โรคจากการตรวจสอบเสมหะ สำหรับการติดต่อในยังไม่ค่อยวิตกกังวลในเรื่องนี้ เพราะหลวงพ่อ ฯ ยังไม่สามารถมีกำลังไอออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งผลให้โอกาสที่จะติดเชื้อมีน้อยมาก แต่ระยะเวลาการรักษาต่อจากนี้ 2 สัปดาห์ จะกำหนดให้งดเยี่ยมโดยเด็ดขาด ระหว่างนี้ลูกศิษย์คนใกล้ชิด ต้องหมั่นทำกายภาพบำบัดให้หลวงพ่อคูณ ฯ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูระบบการหายใจ กระตุ้นกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย

 ต่อข้อถามอาการของการอักเสบที่ปอดของหลวงพ่อคูณ ฯ อาจจะมีการพิจารณาผ่าตัดหรือไม่ นพ.อนุชิต ฯ ตอบทันทีว่า จากผลการวินิจฉัยภาพเอ็กซเรย์ในทรวงอกแล้ว ไม่พบน้ำในเยื้อหุ้มปอดเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ช่วงนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดนำน้ำออกมาแต่อย่างใด